個人檔案as life goes on相片部落格清單 工具 說明

W. Nine

職業
居住地
這個分享空間沒有任何的音樂清單。

as life goes on

and on, and on, and on...
11 August

นานๆมาที... อัพเดทข่าวคราว

หายไปชาติเศษๆ คนอ่านคงไม่เหลือแล้วล่ะมั้ง แต่ก็อยากเขียน พอดีเมื่อกี๊หลงเข้ามาอ่านบลอกตัวเอง คิดถึงวันเก่าๆดี ก็เลยคิดว่าน่าจะเขียนอะไรซักหน่อย หายไปนาน ชีวิตเป็นไงบ้าง??? ก่อนอื่นเลย เรียนจบแล้วคร่าาาาาาาา ดีใจเหลือเกิน ส่งงานไปเมื่อต้นเมษาด้วยสารนิพนธ์ขนาดน้องๆสมุดหน้าเหลือง (300 กว่าหน้า) สะใจมากค่ะคุณขา พอปลายเดือนได้งานคืนมาไม่มีแก้ซักที่ ดีใจมากมาย ไม่รู้ว่าอาจารย์ผู้อ่านเค้าไม่มีเวลาหรืองานอีชั้นดีขนาด แต่ก็เอาเหอะค่ะ ไม่ต้องมานั่งเครียดเรื่องงานอีกต่อไป พอกลางกค.ก็รับปริญญา แต่ไม่ได้ไปรับกับเค้าหรอกค่ะ สาเหตุ?? ไม่ได้อยู่เมืองไทยแล้วค่ะ พอรู้ว่างานเรียบร้อย ก็แร่ดมาเมืองนอกทันทีค่ะ เฉียดฉิวมากมายเพราะมาก่อนวีซ่าหมดแค่ 10 วัน ประทับใจสายการบินเอธิฮาดมากจนตั้งใจว่าถ้าบินกลับบ้านรอบหน้ายังได้ใจอย่างนี้อีก จะไปเป็นเมมเบอร์เลยค่ะ ถึงแม้จะมีปัญหากับสนามบินอาบูดาบีที่ไม่มีอะไรกินเลยก็ตาม เข้าใจว่าทางการท่าฯคงคิดว่าผู้โดยสารสามารถหาอะไรกินได้ตามร้านดิวตี้ฟรี เพราะมีแต่ร้านให้ชอปพรึ่บมากกกกกกกกกก แต่ร้านอาหารมีคาเฟ่เล็กๆอยู่สองร้าน แล้วบินมาเจ็ดชม. ประมาณว่าเสิร์ฟอาหารตอน 10 โมง มาถึงอาบูดาบี 4-5 โมงเย็น หิวตาลายมาก แทบเป็นลมคาสนามบิน (อันนี้เป็นข้อเสียข้อเดียวของสายการบินนี้ คือทำไมเลือกฮับที่นี่คะๆๆๆๆๆๆ ปรับปรุงเรื่องร้านอาหารด่วน) จนถึงวันนี้ก็มาได้สามเดือนนิดๆแล้ว มาทำไมอะไร?? เรียนภาษาคุณคู๊ณณณณณ อย่างอิชั้นจะทำอะไรได้อีก (ไม่จริงหรอกอีไนน์ ชั้นไม่เชื่อแก!) ไม่เชื่อก็อย่าเชื่อสิคะ ว่าแต่สามเดือนนี่ ภาษาเค้าพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะ อยู่บ้านไม่ค่อยได้ใช้หรอก ติดพูดอังกฤษกัน แต่ถ้าอยู่กับคนอื่นจะพูดฝรั่งเศส ได้บ้างไม่ได้บ้างก็ถูๆไถๆไป เอาตัวรอดมาได้จนทุกวันนี้อ่ะ เรื่องของเรื่องก็มีแค่นี้แหละค่ะ ไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้นเท่าไหร่ ชีวิตเรื่อยๆ มีความสุขดี ถ้ามีใครหลงเข้ามาก็ขอบพระคุณยิ่งที่ยังอุตส่าห์เข้ามาอ่าน ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร อิชั้นเข้าใจดี I'll see you when i see you.
7 January

แด่คุณตา

แอบเศร้าค่ะ
 
วันนี้นอนต่หัววัน (เที่ยงคืน) เพราะว่าเหนื่อยจากการเดินทาง (ไปวังน้ำเขียวมา)
 
มารู้สึกตัวอีกทีตอนตีหนึ่งครึ่ง ตอนกำลังอ่านแมสเซจในมือถือ
 
คือเป็นคนเปิดมือถือไว้ตลอด ถ้ามีคนโทรหรือแมสเซจมา ส่วนมากก็จะตื่นทัน มันเป็นปฏกิริยาน่ะ ไม่รู้ตัวหรอกจนกระทั่งทำอะไรซักอย่างกับมือถือนั่นแหละ
 
ปรากฏว่าแฟนส่งเอสเอ็มเอสมาให้ ตอนแรกว่าจะโทรไปหาก่อนนอน แต่ว่าเหนื่อย เลยไม่ได้โทรไป
 
ข้อความที่เจอคือ คุณตาเสียแล้ว
 
เลยรีบโทรไป ทั้งๆที่ยังไม่ตื่นนั่นแหละ พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องตามเคยเพราะเมาขี้ตา แต่ก็พยายามให้มีสาระมากที่สุด
 
แล้วเปฟเสียงเศร้ามาก พูดอะไรไม่ค่อยถูกเลย
 
ตาเสียเมื่อคืนวันศุกร์ต่อเช้าวันเสาร์ นอนหลับแล้วก็ไปเลย
 
ก็บอกเค้าไปว่า อย่างน้อยตาก็ไปสบายนะ
 
ที่จริงก็รู้มาก่อนหน้านี้แล้วว่าตาเริ่มมีอาการของคนแก่ คือหลงๆลืมๆ ไม่แข็งแรงเหมือนก่อน
 
เพราะตอนที่เปฟมา ก็คุยกันเรื่องตา เปฟยังบอกว่า ปีหน้า (คือปีนี้) มีแพลนกันว่าจะส่งตาไปที่บ้านพักคนชรา ปีที่ผ่านมา ก็ให้ตาเลือกๆอยู่ว่าอยากไปที่ไหน
 
ที่ต้องให้เข้าบ้านพักเพราะว่าตาไม่อยากย้ายไปอยู่กับลูกๆ ก็เลยไม่มีคนดูแล การเข้าอยู่ที่นั่นดูจะเป็นทางเลือกที่ดี
 
เปฟบอกว่า ถ้าไนน์เจอตาตอนนี้ คงไม่เชื่อตาตัวเอง เพราะตาเปลี่ยนไปมาก (คนแก่ไง)
 
คิดไปคิดมาก็แอบเศร้าไปกับเค้า เลยต้องมานั่งเขียนบลอกอยู่อย่างงี้
 
...ความทรงจำเกี่ยวกับตา...
 
เจอตาครั้งแรกตอนไปฝรั่งเศสเมื่อปี 2002
 
ก่อนจะไป เปฟแอบขู่ว่า ตาเป็นคนดุมากด้วยการเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง
 
แต่พอไปเจอแล้ว ตาไม่เห็นดุเลยซักนิด
 
เป็นผู้ชายฝรั่งเศสที่ดูแล้วรู้ว่าเป็นคนฝรั่งเศส เป็นคนเจ้าระเบียบแต่ไม่ใช่คนดุ
 
ไปบ้านตาครั้งนั้น เป็นครั้งแรกที่ได้กินชีสเหม็นๆ กินไปได้คำเดียว แต่ท่าทางตาดีใจมาก
 
เจอตาครั้งที่สองตอนไปเมื่อปี 2005
 
ครั้งนี้ขับรถกันไปเองสองคน (ครั้งแรกแม่เปฟไปด้วย)
 
จำได้ว่าไปถึงบ้านเกือบสามทุ่มเพราะคุณแฟนมัวแต่เอ้อระเหอ แล้วตาก็รอกินข้าวด้วยเพราะบอกว่าจะไปกินด้วยกัน
 
ก่อนไป แม่ก็บอกตาว่าไนน์จะไปหา ตาซึ่งจริงๆพอพูดอังกฤษได้ (เพราะทำงานสายการบินมาก่อน) ก็รีบไปเอาเทปฝึกบทสนทนาภาษาอังกฤษมาฟังเพราะตอนนั้นไนน์พูดฝรั่งเศสไม่ได้
 
น่ารักขนาดนี้ จะไม่รักได้ยังไง
 
ตอนไปที่บ้าน ยังถามๆกันเรื่องนี้ ตายังชี้กล่องเทปให้ดูเลย
 
ไปบ้านครั้งนี้ พอกินข้าวเสร็จ ตาก็ยังมีกิจวัติเหมือนเดิมคือตบท้ายด้วยชีสเหม็น
 
คราวนี้ไม่เหมือนคราวนั้นเพราะไนน์พัฒนาแล้ว นั่งกินชีสเป็นเพื่อนตาทุกมื้อ ตาดูพอใจมาก
 
จำได้ว่าตอนไปคั้งที่สอง ตาแทบไม่พูดภาษาอังกฤษเลย ไม่เหมือนครั้งแรก แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะตาแก่แล้ว ไม่ได้ใช้ภาษานี้เท่าไหร่ ไนน์ก็พยายามพูดฝรั่งเศสงูๆปลาๆกับตา ผิดแกรมม่าบ้าง ถูกบ้าง ให้ตาได้หัวเราะเล่น
 
ที่จริงก็เคยคิดว่าซักวัน วันนี้คงมาถึง แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ เมื่อคริสมาสต์ยังคิดอยู่เลยว่า เดี๋ยวคริสมาสต์ปีหน้าจะได้เจอตา แต่...
 
ได้แต่สงสารเปฟ เพราะตาเป็นเหมือนพ่อเค้า ถึงขนาดที่ว่าไนน์ยังเคยพูดถึงตาเค้าโดยเรียกว่า พ่อของเธอ แทนที่จะเป็น ตาของเธอ แล้วไม่ใช่แค่ไนน์คนเดียวที่หลุดออกไปอย่างนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงพูดอย่างนั้นไป อาจเป็นเพราะลึกๆแล้วเรารู้สึกตลอดเวลาว่าเค้าเคารพและรักตาเหมือนพ่อ
 
ไม่รู้จะปลอบใจอะไรได้ แต่สิ่งที่รู้สึกจริงๆคือ ตาไปดีแล้ว คนไทยเค้าถือว่าคนที่หลับแล้วเสียเป็นคนมีบุญเพราะไม่ต้องทรมานก่อนจะไป ตาไปอยู่ในที่ที่ดีกว่า ที่ที่ตาได้เจอกับยาย ที่ที่ตาไม่มีอะไรให้ต้องกังวล
 
ขอให้ตาหลับให้สบาย ถ้ามีโอกาส ไนน์จะเอาดอกไม้ไปเคารพที่สุสานนะคะ
11 December

โอ้โห... หลงทาง

(กอปมาจากเฟซบุค)
 
ต้องการ GPS ด่วนมากๆ

จะเปลี่ยนมาใช้ nokia navigator ตามแฟนดีมะเนี่ย

เรื่องของเรื่องคือ หลงทาง!

คือจะไปบ้านอีเปิ้ลที่สุขุมวิท 24 ตอนแรกว่าจะนั่งบีทีเอสไป แต่เห็นว่าคงกลับดึก เอารถไปดีกว่า แล้วก็งดเหล้าแทน คงจะเป็นความคิดที่ดี

นัดเจออีแม่ที่พารากอน ถามทางอีเจนว่า แกๆ จากพารากอนไปสุขุมวิท ตรงไปอย่างเดียวเลยใช่ป่ะ อีเจนตอบว่า ใช่

อ่ะ พร้อมเดินทาง ก็ขับตรงอย่างเดียวเลยค่ะ จนถึงแยกไหนซักแยก ก็เห็นป้ายห้ามตรงไป ชั้นก็แบบ ชิบหายและ ทำไงดี เลยเลี้ยวซ้ายไปเพราะคิดว่าเป็นแยก

อีแม่ให้การในภายหลังว่า "พอแกเลี้ยวแล้ว ชั้นถึงเห็นเค้าเขียนว่า เฉพาะรถประจำทาง"

ปรากฏว่าเลี้ยวไปเจออะไร ของดีเลยอ่ะ ด่านทางด่วน

ก็กรูจะไม่ได้ขึ้นทางด่วนอ่ะ ทำไงดี

ถามคนเก็บเงิน เค้าบอกว่า ออกไม่ได้หรอก จ่ายมาซะดีๆสี่สิบ แล้วก็ขับไปทางพระรามเก้า ออกตรงอโศก (อีโง่!)

อ่ะ ก็ขับไปเหมือนคนตาบอด เห็นป้ายไปสุวรรณภูมิ ยังคิดอยู่ว่าขับไปสนามบินดีกว่า ง่ายกว่าไปบ้านอีเปิ้ล

พอถึงทางออก ชั้นก็ไม่รู้จะออกทางไหน เพราะมันไม่เขียนว่าอโศก ก็มั่วๆเอาสองคนกะอีแม่ เอาล่ะ เราจะออกตรงแยกพระรามเก้าหรืออะไรซักอย่าง

อ่ะ ก็ออกมา หาทางกลับรถ สุดท้ายก็ illegal u-turn สนใจมะ? ไม่สน เพราะถ้าขับต่อไป ไปออกอาร์ซีเอแน่ๆ ชั้นสามารถ

สุดท้ายก็เข้าอโศก มาเข้าสุขุมวิท ถึงบ้านอีเปิ้ล ซึ่งชั้นสะเหร่อเข้าอาคารจอดรถผิดอีก

ถ้ามี GPS เค้าจะช่วยชั้นเรื่องอาคารจอดรถได้มั้ย

เอาเหอะ สุดท้ายก็ถึงบ้านมัน

มันแย่จริงๆ ขับรถไม่รู้ทางเนี่ย

อ่อ อีเจนมาบอกทีหลังว่า "ชั้นลืมไป จริงๆแล้วแกตรงมาได้ แต่แกต้องเลี้ยวเข้าเพชรบุรี แล้วมาเข้าสุขุมวิทอีกที ตรงมาตลอดไม่ได้"

อ่ะ ไม่เป็นไร เอาเหอะ จ่ายค่าโง่ไปสี่สิบและ จนท.เก็บเงินคงดีใจ

วันนี้ต้องขับรถตอนกลางคืน ซึ่งนานๆขับที ชั้นได้เรียนรู้อะไรบางอย่างคือ

- เนื่องจากถนนโล่งมาก เพราะฉะนั้น อย่า ขับเร็ว เพราะมันไม่ใช่แกคนเดียวที่คิดว่าคันเร่งมีไว้เหยียบให้มิดเท่านั้น และที่สำคัญ พ่อแกไม่ใช่ชูมัคเกอร์ เพราะฉะนั้น แกไม่จำเป็นต้องเหยียบร้อยอัพเพื่อรักษาชื่อเสียงพ่อ

- ตั้งสมาธิดีๆ เพราะบางทีทางมันมืด แล้วบางครั้งชอบมีคน (ฉลาด) ที่คิดว่า ในเมื่อไม่มีรถ ถนนนี้ก็เป็นของกรู คิดจะลงเดินบนถนนก็ทำ โดยไม่คิดว่าอาจจะได้นอนอยู่บนนั้นเป็นการถาวร

- สังเกตรถคันข้างๆว่ามันมีอะไรผิดปกติรึเปล่า เช่นขับเลี้อยเป็นงูราวกับว่าเพิ่งฟักออกจากไข่จงอาง หรือช้าผิดปกติ พวกนี้ให้สันนิฐานก่อนว่าประสาทรับรู้อาจช้า ให้เลี่ยงออกมาไกลๆ

- เลือกถนนที่รถเยอะๆ ถึงแม้ว่ากรุงเทพอาจจะไม่เคยหลับ แต่คนกรุงเทพส่วนมากนอนตอนกลางคืน แปลว่า รถมันจะน้อย เหมาะมากกับการหากินของมิจฉาชีพ (แม้ชั้นจะแทบไม่เคยอ่าน forward mail และลบทิ้งตลอด แต่ชั้นก็พอรู้เรื่องพวกนี้มาบ้าง) เพราะฉะนั้น เลือกเส้นที่รถเยอะๆเข้าไว้ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่รถทุกคันจะอยู่ในแกงค์มิจฉาชีพ ฉะนั้น หากเกิดอะไร เราจะได้ไม่อยู่คนเดียว

- อย่าขับฝ่าไฟแดง อันนี้สำคัญมาก อย่าคิดว่า รถว่างๆ ทางโน้นไม่เห็นมีซักคัน เอาซักหน่อยเพื่อความตื่นเต้นในชีวิต หรือว่า ตำรวจหลับ ได้โอกาส อยากซ่ามานาน ชั้นขอเตือนว่า ถ้ายังรักชีวิตอยู่ อย่าเด็ดขาด ไม่ว่ามันจะเท็มพ์ซักแค่ไหนก็ตาม เพราะถนนโล่งๆอย่างงี้ วิญญาณความเป็นชูมัคเกอร์มักจะเข้าสิงทันทีที่อยู่หลังพวงมาลัย ถ้าชนขึ้นมา โอกาสรอดคงน้อยน่าดู

เออ พูดถึงหลังพวงมาลัย ชั้นว่ามันเป็นสถานที่อาถรรพ์ ใครนั่งตำแหน่งนั้นจะต้องถูกผีบ้าเข้าสิง เช่นผีปากจัด ผีตีนเร็ว ผีไร้น้ำใจ เป็นต้น ควรมีการวิจัยกันอย่างจริงจังซะทีว่าควรจะเอาน้ำมนต์วัดไหนไปสาดเบาะ เพื่อเป็นการไล่ผีบ้าพวกนี้

เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อน จบมันดื้อๆอย่างงี้แหละ ไว้ว่างๆมาเขียนใหม่
6 December

รอดตายมาได้อย่างสวยงาม

วันนี้โทรไปหาที่ปรึกษา แต่อาจารย์ไม่ว่างคุย เลยต้องรอจนหกโมงเย็น
 
เครียดมาก ตื่นเต้นมาก
 
โทรหาที่ปรึกษาทีไร เหมือนโทรหาแฟนเลยอ่ะ แบบตื่นเต้น ใจหวิวๆ มือเย็น
 
(คบมาหกปีครึ่งแล้วก็ยังเป็นอย่างงี้อยู่เวลาโทร เจรงๆนะ)
 
อ่ะ พอถึงเวลาเราก็โทรไป คุยกันประมาณครึ่งชั่วโมง แต่แก้หน่อยเดียวเอง ดีใจมากๆ อาจารย์ก็อธิบาย คุยกัน มีชมด้วยว่าทำงานดีขึ้น เห็นแล้วรู้ว่าเราทุ่มทุน (อิๆๆ)
 
และที่สำคัญ เค้าบอกว่า จบแน่ค่ะวิรกานต์ (วิรกานต์อยากกรี๊ดมากกกกก) ก็แก้บทที่สามให้เสร็จเดือนนี้ แล้วพอมกราเราก็เริ่มแปล กุมภาก็เสร็จค่ะ
 
โอ๊ยย เหมือนขึ้นสวรรค์เลยตอนที่ได้ยินอ่ะ แล้วที่สำคัญคือเริ่มทำบทต่อไปได้แล้ว
 
มีกำลังใจอ่ะ
 
วันนี้ก็มีเท่านี้แหละ
 
ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ไปยื่นวีซ่านักเรียนมาแล้วเมื่อศุกร์ที่แล้ว รักจนท.สถานทูตฝรั่งเศสจริงๆ ประทับใจทุกครั้งที่มา คือถ้าเราเตรียมของมาครบ มันจะเร็วมาก แล้วเค้าพูดจากับชั้นดีอ่ะ เลยรู้สึกดี แล้วก็ได้วันสัมภาษณ์มาแล้ว เป็นวันที่ 27 เดือนนี้ ต้องเตรียมตัวยังไงบ้างอ่ะ เค้าจะถามไรบ้าง ใครรู้บอกหน่อยจิ
 
ไปและๆ พรุ่งนี้ไปคณะ จะเจอใครมั๊ยเนี่ย
21 November

เหนื่อยจาย

เหนื่อยจ๊ายยยยยย
 
เหนื่อยจายยยยยย
 
ตอนนี้กำลังอ่านบทความเรื่องคำอุทานอยู่
 
ทั้งหมดมันร้อยห้าสิบกว่าหน้า
 
นี่มาถึงเรื่องสุดท้ายแล้ว
 
เรื่องสุดท้ายที่ค้างมาแต่วันศุกร์
 
เรื่องสุดท้ายที่โดนเอาเรื่องอื่นมาอ่านก่อน
 
เรื่องสุดท้ายที่...
 
อ่านแมร่งไม่รู้เรื่องเชี่ยอะไรเล้ยยยยยยยยยยย
 
ขอโทษที่หยาบคาย
 
แต่ไม่ไหวแล้วเจรงๆ
 
อยากจะกรี๊ดออกมาเป็นภาษาพื้นเมืองออสเตรเลีย
 
คือแบบ พูดเรื่องคำอุทาน
 
โดยอธิบายว่ามันเป็นคำที่ขึ้นอยู่กับบริบทโดยรอบ
 
หรือเป็น deictics
 
แล้วกรูรู้มะว่าคำนี้แปลว่าอะไร
 
ไม่รู้!
 
อ่ะ ก็พยายามล่ะ เปิดหาในดิก
 
ไม่มี!
 
ขอโทษนะที่ชั้นหาคำยาก
 
จนไปเสาะหาจนเจอว่ามันแปลว่า
 
คำที่จะรู้ความหมายที่แท้จริงได้ก็ต่อเมื่มีบริบทมาประกอบ
 
(ประมาณนั้น)
 
เช่น I You เนี่ย
 
ถ้าไม่มีบริบทมาประกอบ จะไม่รู้ว่า I (คนพูด) คือใคร
 
หรือ You (คนฟัง) คือใคร
 
อะไรทำนองนี้
 
อ่ะ ก็พยายามโค่ดๆที่จะคิดตามที่เค้าเขียน
 
คำไหนติด ก็ไปหาอ่านจนพอจะเข้าใจความหมาย
 
แล้วรู้เรื่องมะ
 
ไม่!
 
แล้วเครียดมะ
 
มาก!
 
สาดเอ๊ยยยยย
 
แบบ พูดเรื่องคำ โครงสร้างประโยค มีสมการมาด้วย
 
อะไรกันเนี่ยยยยย
 
ขอโทษนะ ที่ชั้นโง่เอง
 
ขอโทษนะ ที่ชั้นเอกอังกิด โทละคร
 
ขอโทษนะที่ชั้นเรียนแค่โทการแปล ไม่ใช่ภาษาศาสตร์
 
แล้วความรู้ด้านภาษาศาสตร์มีเท่าหางอึ่ง
 
กรี๊ดดดดดดดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
เมื่อกี๊อ่านมาชั่วโมงครึ่ง
 
มันเป็นอะไรที่ต้องใช้ความอดทนสูงมาก
 
เพราะแทบจะไม่เข้าใจเลยยยยยยยยย
 
ทามม๊ายยยยยย ทามมายยยยยยย
 
เมื่อไหร่จะอ่านจบซะทีวะ
 
กรูจะได้เริ่มเขียนแก้ซะที
 
ติดอยู่ที่เอ็งนั่นแหละ
 
โว่ย!
 
โว่ย : (อุทาน) คำแสดงอาการไม่พอใจ อาการหงุดหงิด
 
Woy (interj.) : I feel angry
I want to let you know how I feel
I believe that by saying it, you will know how I feel
 
เคืองจายจริงๆ
 
เด๋วไปสงบสติอารมณ์ก่อน
 
ฝันดีทุกคน
 
 
18 November

ไม่สบายอีกแล้วอ่ะ

ขอบคุณสำหรับทุกเมนต์ก่อนหน้านี้นะคะ ถึงแม้จะน้อย แต่ก็แปลว่ายังมีคนแวะมาอ่านอยู่
 
ไม่สบายอีกแล้วค่ะคุณขา อากาศมันแย่จริงๆนะ ปีนี้ไม่สบายบ่อยมาก สามสี่ครั้งแล้วในรอบสองเดือน มันแย่จริงๆ
 
ครั้งนี้เป็นเหมือนครั้งแรกคือหวัดลงคอ
 
อาการเริ่มมาหลายวันและ แบบเล็กๆน้อยๆ ให้เราสงสัยว่าจะเป็นหวัดรึเปล่า คือเค้ามาแล้วแบบเงียบๆ ไม่กระโตกกระตาก
 
เหมือนแอบรักอยู่ห่างๆ ให้เราสงสัยว่าเค้าคิดยังไง อะไรทำนองนั้น
 
นะคะ แต่เมื่อวานนี้ เค้าหายเขินแล้ว เค้าประกาศตัวชัดเจนเลย ว่าเค้าจะเล่นงานเราแน่ๆ
 
โอ๊ยยยย เหมือนผู้ชายมาสารภาพรักเลยค่ะคุณ มือไม้เข่าอ่อนหมด
 
เค้าเลือกโอกาสจู่โจมได้ดี
 
คือเมื่อวานไปงานเผาเพื่อนของป๊ากะม๊า ซึ่งรู้จักกะครอบครัวชั้นทั้งครอบครัว (เค้าเสียเมื่อตอนเปฟมา อิชั้นร้องไห้ด้วย แฟนตกใจถามว่าเปนไร)
 
ก็กำลังช่วยงานเค้าอยู่ คือกำลังจะเผาแล้ว ด้วยความสวย อิชั้นเลยมีหน้าที่แจกดอกไม้จันกะหนังสืองานศพ
 
ก็ยืนรออยู่ตรงทางลงเมรุ
 
โมเมนต์นั้นแหละ ไข้หวัดเค้ารุกเร็วมาก ด้วยความที่อากาศมันกดๆด้วย (ซึ่งพอกดทีไร... เหมือนแบบฝนจะตกแล้วไม่อ่ะ คิดออกมะ) คอจะปวดทันที แล้วมันก็กดมาก คอก็ปวดมาก พอปวดมาก มันก็ปวดหัว แล้วพอยืนๆอยู่ ก็หน้ามืดเลย แบบหวิวๆมาแล้วววววว คือเหมือนสติกำลังจะล่องลอย ถ้าใครเคยเป็นลมจะเข้าใจ ก็ไปหาเก้าอี้มานั่ง (ตอนนั้นหน้ามืดแล้ว มองไรแทบไม่เห็นเลย) กวักมือเรียกป๊า ได้ยาดมมา สรุปคือนั่งอยู่ตรงนั้นจนเกือบจบงานเลย
 
กลับมาบ้านก็นอนแต่หัวค่ำ หนังเหนิงที่เล็งไว้ก็ไม่ได้ดู (เซ็ง) อัดยาเข้าไปเต็มที่
 
การเป็นไข้เวลานอนนี่มันเลวร้ายจริงๆนะคุณ
 
ตื่นมา ก็อัดยาต่อ กินข้าว แล้วก็นอนๆๆๆๆ
 
นี่รู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นและ
 
เซ็งมาก เพราะไม่สบาย เลยยังไม่ได้ไปดู ไมเคิล เคย์ตัน ซะที แถมอดไปกินเจ๊ก้อยอีกตะหาก
 
(พูดถึงจอร์จ คลูนีย์ อิชั้นดีใจจริงๆที่แมท เดมอนได้รับการโหวตให้เป็น  the sexiest man alive เพราะอิชั้นชอบแมทมากกกกกกกกกก)
 
แต่ไม่เปนไร อิชั้นจะแก้แค้นด้วยการกินอหารญี่ปุ่นกะเพื่อนๆที่ สว. แทน
 
ปล. ขอบ่นหน่อยเหอะ อีน้องสาวอิชั้น ไปซื้อดีวีดี ทงบังชินกิ อะไรนั่นมา นั่งดูมาสี่ ชม.และ โคตรน่าเบื่อเลย ขำอะไรของมันวะ มีแต่เสียงชะนีกรี๊ดๆๆๆๆ คืนทีวีมาได้แล้ว กรูจะดูทีวี๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...
8 November

คุยเรื่องงานดีกว่า

วันนี้ชั้นเชื่อแล้วว่าชั้นเป็นคนมี sixth sense จริงๆ
 
เพราะเมื่อสายๆ ชั้นแอบตื่นขึ้นมา พร้อมความรู้สึกที่ว่า เด๋วที่ปรึกษาต้องโทรมาแน่ๆ มันเปนความรู้สึกที่แรงมาก แรงขนาดที่ว่าชั้นลงทุนปิดโทรศัพท์เลยทีเดียว
 
เลวเนอะ
 
สาเหตุคือเค้าชอบโทรมาเช้าๆอ่ะ แล้วแบบ อายอาจารย์ เสียงงัวเงียตลอด แล้วอีกอย่างคือ อยากนอน อ่ะ (สันดานจริงๆกู)
 
แล้วเป็นไง อาจารย์โทรมาจริงๆแล้ว แล้วเปนตอนที่ชั้นหลับอยู่จริงๆด้วย รู้ตอนอาบน้ำเสร็จใกล้ๆเที่ยงเพราะว่าเค้าฝากข้อความเสียงไว้
 
เริ่มกัวตัวเองและ บางทีรู้สึกว่าอยากกินอะไร ก็ต้องมีคนเสนอร้านนั้นขึ้นมา อันนี้เปนบ่อย
 
แต่ทำไมอยากเรียนจบถึงไม่จบซะที (วะ)
 
อ่ะ ก็เพราะว่ารู้ตอนใกล้เที่ยง ก็เลยกินข้งกินข้าวก่อนแล้วค่อยโทรหา เพราะยังไงอาจารย์ก็ต้องกินเหมือนกัน ถูกป่ะ
 
ก็โทรไปบ่ายโมงสี่สิบได้มั้ง เค้าบอกเลยว่า ครั้งนี้เยอะมากเลยนะคะ วิรกานต์อย่าตกใจ (ง่ะ...)
 
วางหูตอนบ่ายสามเกือบครึ่งโน่น
 
ชั่วโมงครึ่งอ่ะคู๊ณณณณณณณณณณ
 
โอ้ แม่เจ้าโว้ยยยยย กรูแก้งานอีกแล้วววววว
 
แต่คราวนี้ดีกว่าครั้งที่แล้วมาก เพราะสมมติฐานชั้นแค่แก้ wording เนื้อหาชั้นผ่านแล้ว แต่ว่าคำที่ใช้ยังไม่ชัดเจน
 
อ่ะ บทที่หนึ่ง จะรอดแล้วเว่ยยยยย
 
หลายคนอาจสงสัยว่า นี่เมิงทำมาถึงขั้นนี้แล้ว สมมติฐานเมิงยังไม่ผ่านอีกหรอ
 
คำตอบคือ ผ่านอ่ะ มันผ่านมานานแล้ว แต่ว่ามันต้องขัดต้องเกลาอะไรอีกหลายสิ่ง
 
จากนั้นก็เลื่อนมาที่บทที่สอง ก็มีต้องเขียนอธิบายเพิ่มเล็กน้อยเพื่อเป็นการแก้โครงสร้างในบทนี้
 
อันนี้ก็ไม่มีอะไร
 
ต่อไปคือต้องไปตัดสินใจใหม่ว่าหลักการวิเคราะห์ตัวบทที่เลือกมาแต่แรก มันพอรึเปล่า
 
คำตอบคือ ไม่พอหรอก (แหะๆๆ) ก็ต้องไปเพิ่มมาอีก ก็ไปนั่งคิด หาเหตุผล อะไรก็ว่าไป
 
อันนี้ก็ไม่หนักหนาสาหัสสากรรจ์ เพราะพอได้แนวทางมาแล้ว
 
แต่ที่เยอะคือ ทฤษฎีเรื่อง คำอุทาน ที่เขียนไป
 
แบบว่าตัวทฤษฎีนี้มันมีข้อโต้แย้งอ่ะ เยอะมากด้วย จริงๆชั้นก็เห็นแล้วแหละ แต่ว่าไม่รู้จะทำไงไง ก็เขียนไปก่อน ที่รู้ว่ามีปัญหาเพราะตอนที่เอาไปทำรายการคำอุทานในบทที่สามแล้วมันมีปัญหา
 
อาจารย์เค้าก็แนะนำมา ติตรงนี้ ช่วยตรงนั้น
 
สรุปคือต้องหาข้อมูล ทฤษฎีที่เกี่ยวกับคำอุทานเพิ่ม (ซึ่งคิดว่าคงไม่ง่ายอ่ะ เพราะมันเป็นเริ่องที่แทบไม่มีคนสนใจกันเลยยยยยยยยยย ทามม๊ายยยยยยยย มันสำคัญนะ!)
 
แล้วพอแก้ตรงนี้เสร็จ ชั้นก็ต้องกลับไปแก้รายการคำอุทานในบทต่อไปต่อ
 
นะคะ เป็นงานที่เยอะมาก
 
แต่ว่าชั้นก็เห็นด้วยกับที่ปรึกษาที่ว่า เราจำเป็นต้องแก้กันแต่ตอนนี้ เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ มันจะเป็นปัญหาใหญ่มาก (กว่านี้) ในตอนท้าย
 
แล้วก่อนวางหู ที่ปรึกษาชั้นก็ให้กำลังใจมามากมายอ่ะ แบบ ครูเป็นกำลังใจให้มากๆเลยนะคะ
 
ชั้นก็ขำอ่ะ เพราะเค้าคงรู้ว่าชั้นต้องยุมากๆ หลังจากที่หายไปสามเดือน
 
อาจารย์น่ารักมากจริงๆ คิดแล้วยังขำ
 
ที่ตอนแรกบอกว่าแก้ครั้งนี้ดีกว่าก่อนๆ เพราะโดยรวมแล้วแก้น้อยกว่า เพิ่มเล็กๆน้อยๆ ไม่ต้องไปอ่านแล้วมาเขียนแก้แบบยกชุดแบบครั้งที่แล้ว
 
ส่วนที่ต้องเขียนเพิ่มนั่นก็ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ คือแก้แค่เรื่องเดียว ไม่ใช่สามเรื่องแบบครั้งที่แล้ว แล้วครั้งนั้น มีทฤษฎีนึงเยอะมากกกกกกกกกกๆๆๆๆๆ ขนาดที่ว่าพอเขียนแล้วยาว 20 กว่าหน้าเลยทีเดียว คิดดูว่าต้องอ่านเยอะแค่ไหน... แถมอ่านไม่รู้เรื่องด้วยอ่ะ -_-'
 
และที่ชั้นดีใจที่สุดคือ ส่วนทฤษฎีที่แก้ๆไปแล้วอ่ะ และส่วนหลักๆอื่นๆ ก็ไม่ต้องแก้เพิ่มเลยเว่ยยยยยย เพียงแต่ให้เพิ่มตรงที่เราจะเอามาใช้แค่นั้น ไม่ใช่เพิ่มในส่วนทฤษฎี (ให้เพิ่มก็เพิ่มไม่ได้แล้ว หมดปัญญาอ่า)
 
อ่ะ ก็เอามาเล่าให้ฟัง ไม่คิดว่าครั้งนี้จะจิตตกแบบครั้งที่แล้ว เพราะไม่รู้สึกหนักใจเท่า
 
พรุ่งนี้จะไปมหาลัย หาหนังสือ กลับบ้านมาทำงาน
 
นัดอะไรกะเพื่อนไว้ต้องยกเลิกหมดเลย ชั้นหมดอารมณ์จริงๆ ขอโทษมากมาย
 
รองานชั้นผ่านตรงนี้ไปก่อนนะ แล้วอีไนน์จะกลับมา
 
อิ อิ อิ
7 November

อ่ะ กลับมาก็ได้

หายหัวไปน๊านนาน แต่ไม่มีใครเรียกร้องเลย ไม่รักกันแล้วใช่มะ

ฮึ ฮึ ฮึ

จนได้เบียร์นั่นแหละ เขียนเพราะเบียร์เลยนะ

(อ่อ วันที่ 19 ที่นัดกันอ่ะ แกเลือกที่กินมาเลย เพราะแกไม่ได้กลับมานานแล้ว เพื่อนๆให้เกียรติ... และเป็นการปัดภาระของชั้น ฮ่าๆๆๆ)

อ่ะค่ะ กลับมาคราวนี้ สเปซเปลี่ยนไปอีกแล้ว เกลียดชิบเลย แมร่งงงงงง ใช้ยาก

แล้วนี่อะไร ภาษาไทย โอ๊ยยยยยยยยยยย แย่ๆๆๆๆๆ

อย่าหาว่าชั้นไม่รักภาษาแม่ ชั้นอ่ะ รักภาษาไทย ถึงแม้ว่าชั้นจะคิดว่ามันยากโคดๆก็ตาม แต่ภาษาไทยที่เค้าใช้ในสเปซเนี่ย ชั้นคิดว่ามันเกินเยียวยาจริงๆ "ประกาศข้อมูล" อย่างงี้ โอ๊ยยย รับไม่ได้ น่าเกลี๊ยดดดดดดดดด ที่สุด! (เด๋วก่อน ชั้นต้องคลิกอี ประกาศข้อมูล ใช่มะถ้าเขียนเสร็จอ่ะ) ก็เขียนว่า อัพเดทข้อมูล อะไรก็ว่าไปดิ่ ประกาศข้อมูล นี่แบบ กรูต้องประกาศกันเลยนะ ข้อมูลนี้

มันไม่ใช่อ่ะ มันไม่ใช่...

อ่ะ เข้าเรื่องดีกว่า ที่ผ่านมา หายไปไหนมาบ้าง

ก็มะมีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่อยู่กะผู้ชาย

แต่จริงๆมันไม่ใช่เหตุผลหลักที่ไม่อัพบลอกนะ เพราะเหตุผลที่แท้จริงคือ ชั้นขี้เกียจ

ก็แบบ มันไม่รู้จะเขียนอะไรอ่ะ เข้าใจมะ ไม่มีอารมณ์ เขียนไปก็ทื่อๆ เจ้ไม่ชอบ

ทำไมไม่รู้จะเขียนไร ก็เพราะว่าก่อนหน้านั้นเปนดีเพรสเล็กๆ จิตตกหน่อยๆ (ได้ผู้ชายเป็นยาแก้ อิๆๆ)

แล้วชีวิตมันก็เดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่ ก็แค่ขับรถได้แล้ว (เล่าให้ฟังยังวะ) เอารถไปเจิมมาแล้ว กันชนหน้าเปนแถบเลย

...ไอ้ตึกจอดรถบ้า...

 พอแฟนกลับ ทุกคนคงคิดว่า อีนี่จะหันกลับมาหาเพื่อน แต่ปรากฏว่าตอนนี้ชั้นเอาเวลาที่เคยบ้าๆบอๆไปทำสารนิพนธ์ซะ ออนไลน์ก็น้อยลง (จริงๆคือ ออฟไลน์ ไว้ คุยเฉพาะเวลามีธุระ เพราะไม่งั้นงานไม่เสร็จ) บลอกเพื่อนๆก็ไม่ได้อ่าน ขนาดน้อง fluff friend ใน facebook ยังไม่ได้เข้าไปเลี้ยงเลย อารมณ์ปาร์ตี้ซึ่งเมื่อก่อนมีมากเหลือเกินก็หดหาย (พร้อมเงินที่เพิ่มขึ้น... ดีนะเนี่ย) ขนาดเหล้ายายังไม่อยากจะแตะ งานมันทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปจริงๆ เปนคนคลีนมาก แต่ก็เครียดๆ

อ่ะน่ะ ก็มาบอกเหตุผลว่าทำไมไม่อัพบลอก และไม่ไปเยี่ยมบลอกใครเลย... (ก็เลยไม่มีใครมาเยี่ยมบลอกชั้น)

ก็จะพยายามเขียนบ่อยๆละกัน ถ้ามีคนมาเจิมเยอะๆ อิๆๆ

ปล. เล่ายังว่าไปสอบ DELF A1 แล้วได้คะแนน 97.5 เต็มร้อยอ่ะ เอาเหอะ คนเก่ง ขำๆ

ป.ล.สอง วันนี้บลอกกลับมาเปนภาษาอังกิดแล้ว... ทำอะไรตามใจตัวเองจริงๆ

21 August

HOUSE PARTY

House (n.) - บ้าน ที่อยู่อาศัย ที่พำนักพักพิง
 
Party (n.) - งานรื่นเริง งานสังสรรค์
 
House Party (n.) - งานรื่นเริงที่จัดขึ้นที่บ้าน
 
 เมื่อทราบความหมายกันดีแล้ว อิชั้นก็จะขอเข้าเรื่องกันโดยทันที
 
เฮาส์ปาร์ตี้นี้จัดที่บ้านอิชั้นเองค่ะ
 
ตอนแรกนึกว่าเพื่อนๆจะไม่สู้เพราะบ้านอยู่ไกล
 
แต่ดังที่อีแม่พูดไว้ว่า พอเป็นเรื่องเหล้าแล้ว มันไม่สนหรอกว่าที่ไหน
 
งานก็จัดเมื่อวันเสาร์ค่ะ จัดที่ชั้นบนสุดของบ้านซึ่งเป็นห้องโล่งๆ
 
บอกเพื่อนไว้ว่างานเริ่มทุ่มครึ่ง
 
แขกคนแรกคืออีซิ่มที่มาถึงตอนเกือบๆทุ่ม
 
จากนั้นชั้นกะคุณเปลี่ยนฟ้าก็ต้องออกไปรับเพื่อนๆที่ข้าวสาร
 
ทำให้อีซิ่มต้องทำหน้าที่เจ้าบ้านรอรับอีแม่กะเควินไปก่อน
 
(เควินคือใครน่ะหรอ ถามอีแม่เองเซ่ะ)
 
พอรับเพื่อนเสร็จ ฝนก็ตกอย่างหนัก
 
มาถึงหน้าบ้าน เจอดุ๊กดิ๊กพอดี
 
ในที่สุดก็ครบองค์ประชุมตอนสองทุ่มครึ่ง
 
แล้วงานก็เริ่ม
 
เหล้าเยอะทีเดียว
 
มีรัม วอดก้า 100 ไปเปอร์ (2 ขวด) วิสกี้อะไรซักอย่างอีกขวด
 
มีโซจู (เหล้าเกาหลี) 1 ขวด มีเบียร์ (อันนี้ของเปฟ)
 
แล้วก็ซางเกรียอีกอีกหนึ่งชามใหญ่ๆ
 
ส่วนมิกเซอร์มีโซดา น้ำอัดลม น้ำผลไม้
 
แดกกันให้เมา
 
แล้วเมามั้ย
 
เมาค่า
 
เมาทุกคนเลยคร่า
 
ตัวงานก็ไม่มีไรมากนะ
 
แค่เปิดเพลง เต้นนิดหน่อย
 
เน้นที่พูดคุย
 
แล้วก็กินเหล้า
 
อิชั้นเมาไวน์อีกแล้ว
 
เมาอย่างอื่นด้วย
 
ถึงขนาดตกบันได้กันเลยทีเดียว
 
คิดแล้วก็ขำ
 
เพราะมันเป็นบันไดบ้านชั้นเอง
 
จริงๆมันไม่ได้เมาขนาดเดินไม่ได้นะ
 
แต่ว่าลงเร็วไปหน่อย ก้นจ้ำพื้นเลย
 
คุณแฟนแอบโกรธว่า ทำไมเมาขนาดนั้น
 
แล้วกำชับว่าห้ามกินเหล้าแล้วนะ รอให้สร่างก่อน ค่อยกินใหม่
 
ก็เลยบอกว่า งั้นเด๋วกินโค้กไปพลางๆ
 
แล้วเฮียก็บอกว่า โค้กผสมรัม อร่อยนะ
 
มันยางง๊ายยยยยย
 
นั่นแหละ สรุปว่ากิจกรรมหลักคือ
 
กินเหล้ากับคุย
 
แขกคนสุดท้ายกลับไปตอนตี 3
 
เจ้าบ้านเหนื่อย แต่สนุกค่ะ
 
รูปงานนี้ ต้องไปตามดูใน facebook
 
หรือคลิ๊ก ที่นี่
 
 until then!
20 July

รูปรั่วๆ

ไปรั่วมาอีกและ
 
เอารูปไปดูละกัน
 
อาจจะดูว่าไม่รั่วเท่าไหร่
 
แต่มันก็เหมือนชั้นนั่นแหละ
 
ดูเรียบร้อย แต่จริงๆแล้วไม่ใช่
 
หึๆๆ
 
รูปอื่นๆมีอีกเยอะ
 
แต่ทำไมชั้นต้องเอารูปน่าเกลียดมาลงด้วย
 
ชิส์
 
(ไปตามล่าหาเอาเองในเฟซบุค)
 
ปล. เพราะรั่วครั้งนี้ คนอื่นเค้ารู้สันดานชั้นหมดเลย
 
-_____-'
 
(รูปใหญ่มากกกกกกก ขอเตือน... ชั้นยังตกใจ)
 
 
(ฟันเหมือนไดโนเสาร์ ปตท. เมื่อนานมาแล้วอ่ะ ไดโนเสาร์ใส่เหล็กดัด จำได้มะ -"-)
 
ก็เพราะว่าเมา ก็เลยต้องใส่แว่นตาปิดไว้
 
 
เสร็จแล้วก็หันมาชักภาพ (ตาหลับอยู่ด้วย หึๆๆ)
 
 
เจ้เมาเหลือเกิน น้องคนุท*ทนดูม่ายด๊ายยยยยยย
 
 
คนุท เป็นชื่อน้องหมีตัวนี้ นิวาสถานอยู่ที่สวนสัตว์เบอร์ลิน
 
credit รูปอิชั้น - พี่ส้ม (ขอบคุณมากนะคะ ที่เก็บไนน์เมาไว้ทุกช็อตเลย -_-')
 
credit น้องคนุท - AFP (ที่อิชั้นไปกอปมาอีกทีจาก bbc.com)
 
第 1 張 / 共 9 張