Nine's profileas life goes onPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    January 07

    แด่คุณตา

    แอบเศร้าค่ะ
     
    วันนี้นอนต่หัววัน (เที่ยงคืน) เพราะว่าเหนื่อยจากการเดินทาง (ไปวังน้ำเขียวมา)
     
    มารู้สึกตัวอีกทีตอนตีหนึ่งครึ่ง ตอนกำลังอ่านแมสเซจในมือถือ
     
    คือเป็นคนเปิดมือถือไว้ตลอด ถ้ามีคนโทรหรือแมสเซจมา ส่วนมากก็จะตื่นทัน มันเป็นปฏกิริยาน่ะ ไม่รู้ตัวหรอกจนกระทั่งทำอะไรซักอย่างกับมือถือนั่นแหละ
     
    ปรากฏว่าแฟนส่งเอสเอ็มเอสมาให้ ตอนแรกว่าจะโทรไปหาก่อนนอน แต่ว่าเหนื่อย เลยไม่ได้โทรไป
     
    ข้อความที่เจอคือ คุณตาเสียแล้ว
     
    เลยรีบโทรไป ทั้งๆที่ยังไม่ตื่นนั่นแหละ พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องตามเคยเพราะเมาขี้ตา แต่ก็พยายามให้มีสาระมากที่สุด
     
    แล้วเปฟเสียงเศร้ามาก พูดอะไรไม่ค่อยถูกเลย
     
    ตาเสียเมื่อคืนวันศุกร์ต่อเช้าวันเสาร์ นอนหลับแล้วก็ไปเลย
     
    ก็บอกเค้าไปว่า อย่างน้อยตาก็ไปสบายนะ
     
    ที่จริงก็รู้มาก่อนหน้านี้แล้วว่าตาเริ่มมีอาการของคนแก่ คือหลงๆลืมๆ ไม่แข็งแรงเหมือนก่อน
     
    เพราะตอนที่เปฟมา ก็คุยกันเรื่องตา เปฟยังบอกว่า ปีหน้า (คือปีนี้) มีแพลนกันว่าจะส่งตาไปที่บ้านพักคนชรา ปีที่ผ่านมา ก็ให้ตาเลือกๆอยู่ว่าอยากไปที่ไหน
     
    ที่ต้องให้เข้าบ้านพักเพราะว่าตาไม่อยากย้ายไปอยู่กับลูกๆ ก็เลยไม่มีคนดูแล การเข้าอยู่ที่นั่นดูจะเป็นทางเลือกที่ดี
     
    เปฟบอกว่า ถ้าไนน์เจอตาตอนนี้ คงไม่เชื่อตาตัวเอง เพราะตาเปลี่ยนไปมาก (คนแก่ไง)
     
    คิดไปคิดมาก็แอบเศร้าไปกับเค้า เลยต้องมานั่งเขียนบลอกอยู่อย่างงี้
     
    ...ความทรงจำเกี่ยวกับตา...
     
    เจอตาครั้งแรกตอนไปฝรั่งเศสเมื่อปี 2002
     
    ก่อนจะไป เปฟแอบขู่ว่า ตาเป็นคนดุมากด้วยการเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง
     
    แต่พอไปเจอแล้ว ตาไม่เห็นดุเลยซักนิด
     
    เป็นผู้ชายฝรั่งเศสที่ดูแล้วรู้ว่าเป็นคนฝรั่งเศส เป็นคนเจ้าระเบียบแต่ไม่ใช่คนดุ
     
    ไปบ้านตาครั้งนั้น เป็นครั้งแรกที่ได้กินชีสเหม็นๆ กินไปได้คำเดียว แต่ท่าทางตาดีใจมาก
     
    เจอตาครั้งที่สองตอนไปเมื่อปี 2005
     
    ครั้งนี้ขับรถกันไปเองสองคน (ครั้งแรกแม่เปฟไปด้วย)
     
    จำได้ว่าไปถึงบ้านเกือบสามทุ่มเพราะคุณแฟนมัวแต่เอ้อระเหอ แล้วตาก็รอกินข้าวด้วยเพราะบอกว่าจะไปกินด้วยกัน
     
    ก่อนไป แม่ก็บอกตาว่าไนน์จะไปหา ตาซึ่งจริงๆพอพูดอังกฤษได้ (เพราะทำงานสายการบินมาก่อน) ก็รีบไปเอาเทปฝึกบทสนทนาภาษาอังกฤษมาฟังเพราะตอนนั้นไนน์พูดฝรั่งเศสไม่ได้
     
    น่ารักขนาดนี้ จะไม่รักได้ยังไง
     
    ตอนไปที่บ้าน ยังถามๆกันเรื่องนี้ ตายังชี้กล่องเทปให้ดูเลย
     
    ไปบ้านครั้งนี้ พอกินข้าวเสร็จ ตาก็ยังมีกิจวัติเหมือนเดิมคือตบท้ายด้วยชีสเหม็น
     
    คราวนี้ไม่เหมือนคราวนั้นเพราะไนน์พัฒนาแล้ว นั่งกินชีสเป็นเพื่อนตาทุกมื้อ ตาดูพอใจมาก
     
    จำได้ว่าตอนไปคั้งที่สอง ตาแทบไม่พูดภาษาอังกฤษเลย ไม่เหมือนครั้งแรก แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะตาแก่แล้ว ไม่ได้ใช้ภาษานี้เท่าไหร่ ไนน์ก็พยายามพูดฝรั่งเศสงูๆปลาๆกับตา ผิดแกรมม่าบ้าง ถูกบ้าง ให้ตาได้หัวเราะเล่น
     
    ที่จริงก็เคยคิดว่าซักวัน วันนี้คงมาถึง แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ เมื่อคริสมาสต์ยังคิดอยู่เลยว่า เดี๋ยวคริสมาสต์ปีหน้าจะได้เจอตา แต่...
     
    ได้แต่สงสารเปฟ เพราะตาเป็นเหมือนพ่อเค้า ถึงขนาดที่ว่าไนน์ยังเคยพูดถึงตาเค้าโดยเรียกว่า พ่อของเธอ แทนที่จะเป็น ตาของเธอ แล้วไม่ใช่แค่ไนน์คนเดียวที่หลุดออกไปอย่างนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงพูดอย่างนั้นไป อาจเป็นเพราะลึกๆแล้วเรารู้สึกตลอดเวลาว่าเค้าเคารพและรักตาเหมือนพ่อ
     
    ไม่รู้จะปลอบใจอะไรได้ แต่สิ่งที่รู้สึกจริงๆคือ ตาไปดีแล้ว คนไทยเค้าถือว่าคนที่หลับแล้วเสียเป็นคนมีบุญเพราะไม่ต้องทรมานก่อนจะไป ตาไปอยู่ในที่ที่ดีกว่า ที่ที่ตาได้เจอกับยาย ที่ที่ตาไม่มีอะไรให้ต้องกังวล
     
    ขอให้ตาหลับให้สบาย ถ้ามีโอกาส ไนน์จะเอาดอกไม้ไปเคารพที่สุสานนะคะ