Nine's profileas life goes onPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    November 21

    เหนื่อยจาย

    เหนื่อยจ๊ายยยยยย
     
    เหนื่อยจายยยยยย
     
    ตอนนี้กำลังอ่านบทความเรื่องคำอุทานอยู่
     
    ทั้งหมดมันร้อยห้าสิบกว่าหน้า
     
    นี่มาถึงเรื่องสุดท้ายแล้ว
     
    เรื่องสุดท้ายที่ค้างมาแต่วันศุกร์
     
    เรื่องสุดท้ายที่โดนเอาเรื่องอื่นมาอ่านก่อน
     
    เรื่องสุดท้ายที่...
     
    อ่านแมร่งไม่รู้เรื่องเชี่ยอะไรเล้ยยยยยยยยยยย
     
    ขอโทษที่หยาบคาย
     
    แต่ไม่ไหวแล้วเจรงๆ
     
    อยากจะกรี๊ดออกมาเป็นภาษาพื้นเมืองออสเตรเลีย
     
    คือแบบ พูดเรื่องคำอุทาน
     
    โดยอธิบายว่ามันเป็นคำที่ขึ้นอยู่กับบริบทโดยรอบ
     
    หรือเป็น deictics
     
    แล้วกรูรู้มะว่าคำนี้แปลว่าอะไร
     
    ไม่รู้!
     
    อ่ะ ก็พยายามล่ะ เปิดหาในดิก
     
    ไม่มี!
     
    ขอโทษนะที่ชั้นหาคำยาก
     
    จนไปเสาะหาจนเจอว่ามันแปลว่า
     
    คำที่จะรู้ความหมายที่แท้จริงได้ก็ต่อเมื่มีบริบทมาประกอบ
     
    (ประมาณนั้น)
     
    เช่น I You เนี่ย
     
    ถ้าไม่มีบริบทมาประกอบ จะไม่รู้ว่า I (คนพูด) คือใคร
     
    หรือ You (คนฟัง) คือใคร
     
    อะไรทำนองนี้
     
    อ่ะ ก็พยายามโค่ดๆที่จะคิดตามที่เค้าเขียน
     
    คำไหนติด ก็ไปหาอ่านจนพอจะเข้าใจความหมาย
     
    แล้วรู้เรื่องมะ
     
    ไม่!
     
    แล้วเครียดมะ
     
    มาก!
     
    สาดเอ๊ยยยยย
     
    แบบ พูดเรื่องคำ โครงสร้างประโยค มีสมการมาด้วย
     
    อะไรกันเนี่ยยยยย
     
    ขอโทษนะ ที่ชั้นโง่เอง
     
    ขอโทษนะ ที่ชั้นเอกอังกิด โทละคร
     
    ขอโทษนะที่ชั้นเรียนแค่โทการแปล ไม่ใช่ภาษาศาสตร์
     
    แล้วความรู้ด้านภาษาศาสตร์มีเท่าหางอึ่ง
     
    กรี๊ดดดดดดดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
    เมื่อกี๊อ่านมาชั่วโมงครึ่ง
     
    มันเป็นอะไรที่ต้องใช้ความอดทนสูงมาก
     
    เพราะแทบจะไม่เข้าใจเลยยยยยยยยย
     
    ทามม๊ายยยยยย ทามมายยยยยยย
     
    เมื่อไหร่จะอ่านจบซะทีวะ
     
    กรูจะได้เริ่มเขียนแก้ซะที
     
    ติดอยู่ที่เอ็งนั่นแหละ
     
    โว่ย!
     
    โว่ย : (อุทาน) คำแสดงอาการไม่พอใจ อาการหงุดหงิด
     
    Woy (interj.) : I feel angry
    I want to let you know how I feel
    I believe that by saying it, you will know how I feel
     
    เคืองจายจริงๆ
     
    เด๋วไปสงบสติอารมณ์ก่อน
     
    ฝันดีทุกคน
     
     
    November 18

    ไม่สบายอีกแล้วอ่ะ

    ขอบคุณสำหรับทุกเมนต์ก่อนหน้านี้นะคะ ถึงแม้จะน้อย แต่ก็แปลว่ายังมีคนแวะมาอ่านอยู่
     
    ไม่สบายอีกแล้วค่ะคุณขา อากาศมันแย่จริงๆนะ ปีนี้ไม่สบายบ่อยมาก สามสี่ครั้งแล้วในรอบสองเดือน มันแย่จริงๆ
     
    ครั้งนี้เป็นเหมือนครั้งแรกคือหวัดลงคอ
     
    อาการเริ่มมาหลายวันและ แบบเล็กๆน้อยๆ ให้เราสงสัยว่าจะเป็นหวัดรึเปล่า คือเค้ามาแล้วแบบเงียบๆ ไม่กระโตกกระตาก
     
    เหมือนแอบรักอยู่ห่างๆ ให้เราสงสัยว่าเค้าคิดยังไง อะไรทำนองนั้น
     
    นะคะ แต่เมื่อวานนี้ เค้าหายเขินแล้ว เค้าประกาศตัวชัดเจนเลย ว่าเค้าจะเล่นงานเราแน่ๆ
     
    โอ๊ยยยย เหมือนผู้ชายมาสารภาพรักเลยค่ะคุณ มือไม้เข่าอ่อนหมด
     
    เค้าเลือกโอกาสจู่โจมได้ดี
     
    คือเมื่อวานไปงานเผาเพื่อนของป๊ากะม๊า ซึ่งรู้จักกะครอบครัวชั้นทั้งครอบครัว (เค้าเสียเมื่อตอนเปฟมา อิชั้นร้องไห้ด้วย แฟนตกใจถามว่าเปนไร)
     
    ก็กำลังช่วยงานเค้าอยู่ คือกำลังจะเผาแล้ว ด้วยความสวย อิชั้นเลยมีหน้าที่แจกดอกไม้จันกะหนังสืองานศพ
     
    ก็ยืนรออยู่ตรงทางลงเมรุ
     
    โมเมนต์นั้นแหละ ไข้หวัดเค้ารุกเร็วมาก ด้วยความที่อากาศมันกดๆด้วย (ซึ่งพอกดทีไร... เหมือนแบบฝนจะตกแล้วไม่อ่ะ คิดออกมะ) คอจะปวดทันที แล้วมันก็กดมาก คอก็ปวดมาก พอปวดมาก มันก็ปวดหัว แล้วพอยืนๆอยู่ ก็หน้ามืดเลย แบบหวิวๆมาแล้วววววว คือเหมือนสติกำลังจะล่องลอย ถ้าใครเคยเป็นลมจะเข้าใจ ก็ไปหาเก้าอี้มานั่ง (ตอนนั้นหน้ามืดแล้ว มองไรแทบไม่เห็นเลย) กวักมือเรียกป๊า ได้ยาดมมา สรุปคือนั่งอยู่ตรงนั้นจนเกือบจบงานเลย
     
    กลับมาบ้านก็นอนแต่หัวค่ำ หนังเหนิงที่เล็งไว้ก็ไม่ได้ดู (เซ็ง) อัดยาเข้าไปเต็มที่
     
    การเป็นไข้เวลานอนนี่มันเลวร้ายจริงๆนะคุณ
     
    ตื่นมา ก็อัดยาต่อ กินข้าว แล้วก็นอนๆๆๆๆ
     
    นี่รู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นและ
     
    เซ็งมาก เพราะไม่สบาย เลยยังไม่ได้ไปดู ไมเคิล เคย์ตัน ซะที แถมอดไปกินเจ๊ก้อยอีกตะหาก
     
    (พูดถึงจอร์จ คลูนีย์ อิชั้นดีใจจริงๆที่แมท เดมอนได้รับการโหวตให้เป็น  the sexiest man alive เพราะอิชั้นชอบแมทมากกกกกกกกกก)
     
    แต่ไม่เปนไร อิชั้นจะแก้แค้นด้วยการกินอหารญี่ปุ่นกะเพื่อนๆที่ สว. แทน
     
    ปล. ขอบ่นหน่อยเหอะ อีน้องสาวอิชั้น ไปซื้อดีวีดี ทงบังชินกิ อะไรนั่นมา นั่งดูมาสี่ ชม.และ โคตรน่าเบื่อเลย ขำอะไรของมันวะ มีแต่เสียงชะนีกรี๊ดๆๆๆๆ คืนทีวีมาได้แล้ว กรูจะดูทีวี๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...
    November 08

    คุยเรื่องงานดีกว่า

    วันนี้ชั้นเชื่อแล้วว่าชั้นเป็นคนมี sixth sense จริงๆ
     
    เพราะเมื่อสายๆ ชั้นแอบตื่นขึ้นมา พร้อมความรู้สึกที่ว่า เด๋วที่ปรึกษาต้องโทรมาแน่ๆ มันเปนความรู้สึกที่แรงมาก แรงขนาดที่ว่าชั้นลงทุนปิดโทรศัพท์เลยทีเดียว
     
    เลวเนอะ
     
    สาเหตุคือเค้าชอบโทรมาเช้าๆอ่ะ แล้วแบบ อายอาจารย์ เสียงงัวเงียตลอด แล้วอีกอย่างคือ อยากนอน อ่ะ (สันดานจริงๆกู)
     
    แล้วเป็นไง อาจารย์โทรมาจริงๆแล้ว แล้วเปนตอนที่ชั้นหลับอยู่จริงๆด้วย รู้ตอนอาบน้ำเสร็จใกล้ๆเที่ยงเพราะว่าเค้าฝากข้อความเสียงไว้
     
    เริ่มกัวตัวเองและ บางทีรู้สึกว่าอยากกินอะไร ก็ต้องมีคนเสนอร้านนั้นขึ้นมา อันนี้เปนบ่อย
     
    แต่ทำไมอยากเรียนจบถึงไม่จบซะที (วะ)
     
    อ่ะ ก็เพราะว่ารู้ตอนใกล้เที่ยง ก็เลยกินข้งกินข้าวก่อนแล้วค่อยโทรหา เพราะยังไงอาจารย์ก็ต้องกินเหมือนกัน ถูกป่ะ
     
    ก็โทรไปบ่ายโมงสี่สิบได้มั้ง เค้าบอกเลยว่า ครั้งนี้เยอะมากเลยนะคะ วิรกานต์อย่าตกใจ (ง่ะ...)
     
    วางหูตอนบ่ายสามเกือบครึ่งโน่น
     
    ชั่วโมงครึ่งอ่ะคู๊ณณณณณณณณณณ
     
    โอ้ แม่เจ้าโว้ยยยยย กรูแก้งานอีกแล้วววววว
     
    แต่คราวนี้ดีกว่าครั้งที่แล้วมาก เพราะสมมติฐานชั้นแค่แก้ wording เนื้อหาชั้นผ่านแล้ว แต่ว่าคำที่ใช้ยังไม่ชัดเจน
     
    อ่ะ บทที่หนึ่ง จะรอดแล้วเว่ยยยยย
     
    หลายคนอาจสงสัยว่า นี่เมิงทำมาถึงขั้นนี้แล้ว สมมติฐานเมิงยังไม่ผ่านอีกหรอ
     
    คำตอบคือ ผ่านอ่ะ มันผ่านมานานแล้ว แต่ว่ามันต้องขัดต้องเกลาอะไรอีกหลายสิ่ง
     
    จากนั้นก็เลื่อนมาที่บทที่สอง ก็มีต้องเขียนอธิบายเพิ่มเล็กน้อยเพื่อเป็นการแก้โครงสร้างในบทนี้
     
    อันนี้ก็ไม่มีอะไร
     
    ต่อไปคือต้องไปตัดสินใจใหม่ว่าหลักการวิเคราะห์ตัวบทที่เลือกมาแต่แรก มันพอรึเปล่า
     
    คำตอบคือ ไม่พอหรอก (แหะๆๆ) ก็ต้องไปเพิ่มมาอีก ก็ไปนั่งคิด หาเหตุผล อะไรก็ว่าไป
     
    อันนี้ก็ไม่หนักหนาสาหัสสากรรจ์ เพราะพอได้แนวทางมาแล้ว
     
    แต่ที่เยอะคือ ทฤษฎีเรื่อง คำอุทาน ที่เขียนไป
     
    แบบว่าตัวทฤษฎีนี้มันมีข้อโต้แย้งอ่ะ เยอะมากด้วย จริงๆชั้นก็เห็นแล้วแหละ แต่ว่าไม่รู้จะทำไงไง ก็เขียนไปก่อน ที่รู้ว่ามีปัญหาเพราะตอนที่เอาไปทำรายการคำอุทานในบทที่สามแล้วมันมีปัญหา
     
    อาจารย์เค้าก็แนะนำมา ติตรงนี้ ช่วยตรงนั้น
     
    สรุปคือต้องหาข้อมูล ทฤษฎีที่เกี่ยวกับคำอุทานเพิ่ม (ซึ่งคิดว่าคงไม่ง่ายอ่ะ เพราะมันเป็นเริ่องที่แทบไม่มีคนสนใจกันเลยยยยยยยยยย ทามม๊ายยยยยยยย มันสำคัญนะ!)
     
    แล้วพอแก้ตรงนี้เสร็จ ชั้นก็ต้องกลับไปแก้รายการคำอุทานในบทต่อไปต่อ
     
    นะคะ เป็นงานที่เยอะมาก
     
    แต่ว่าชั้นก็เห็นด้วยกับที่ปรึกษาที่ว่า เราจำเป็นต้องแก้กันแต่ตอนนี้ เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ มันจะเป็นปัญหาใหญ่มาก (กว่านี้) ในตอนท้าย
     
    แล้วก่อนวางหู ที่ปรึกษาชั้นก็ให้กำลังใจมามากมายอ่ะ แบบ ครูเป็นกำลังใจให้มากๆเลยนะคะ
     
    ชั้นก็ขำอ่ะ เพราะเค้าคงรู้ว่าชั้นต้องยุมากๆ หลังจากที่หายไปสามเดือน
     
    อาจารย์น่ารักมากจริงๆ คิดแล้วยังขำ
     
    ที่ตอนแรกบอกว่าแก้ครั้งนี้ดีกว่าก่อนๆ เพราะโดยรวมแล้วแก้น้อยกว่า เพิ่มเล็กๆน้อยๆ ไม่ต้องไปอ่านแล้วมาเขียนแก้แบบยกชุดแบบครั้งที่แล้ว
     
    ส่วนที่ต้องเขียนเพิ่มนั่นก็ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ คือแก้แค่เรื่องเดียว ไม่ใช่สามเรื่องแบบครั้งที่แล้ว แล้วครั้งนั้น มีทฤษฎีนึงเยอะมากกกกกกกกกกๆๆๆๆๆ ขนาดที่ว่าพอเขียนแล้วยาว 20 กว่าหน้าเลยทีเดียว คิดดูว่าต้องอ่านเยอะแค่ไหน... แถมอ่านไม่รู้เรื่องด้วยอ่ะ -_-'
     
    และที่ชั้นดีใจที่สุดคือ ส่วนทฤษฎีที่แก้ๆไปแล้วอ่ะ และส่วนหลักๆอื่นๆ ก็ไม่ต้องแก้เพิ่มเลยเว่ยยยยยย เพียงแต่ให้เพิ่มตรงที่เราจะเอามาใช้แค่นั้น ไม่ใช่เพิ่มในส่วนทฤษฎี (ให้เพิ่มก็เพิ่มไม่ได้แล้ว หมดปัญญาอ่า)
     
    อ่ะ ก็เอามาเล่าให้ฟัง ไม่คิดว่าครั้งนี้จะจิตตกแบบครั้งที่แล้ว เพราะไม่รู้สึกหนักใจเท่า
     
    พรุ่งนี้จะไปมหาลัย หาหนังสือ กลับบ้านมาทำงาน
     
    นัดอะไรกะเพื่อนไว้ต้องยกเลิกหมดเลย ชั้นหมดอารมณ์จริงๆ ขอโทษมากมาย
     
    รองานชั้นผ่านตรงนี้ไปก่อนนะ แล้วอีไนน์จะกลับมา
     
    อิ อิ อิ
    November 07

    อ่ะ กลับมาก็ได้

    หายหัวไปน๊านนาน แต่ไม่มีใครเรียกร้องเลย ไม่รักกันแล้วใช่มะ

    ฮึ ฮึ ฮึ

    จนได้เบียร์นั่นแหละ เขียนเพราะเบียร์เลยนะ

    (อ่อ วันที่ 19 ที่นัดกันอ่ะ แกเลือกที่กินมาเลย เพราะแกไม่ได้กลับมานานแล้ว เพื่อนๆให้เกียรติ... และเป็นการปัดภาระของชั้น ฮ่าๆๆๆ)

    อ่ะค่ะ กลับมาคราวนี้ สเปซเปลี่ยนไปอีกแล้ว เกลียดชิบเลย แมร่งงงงงง ใช้ยาก

    แล้วนี่อะไร ภาษาไทย โอ๊ยยยยยยยยยยย แย่ๆๆๆๆๆ

    อย่าหาว่าชั้นไม่รักภาษาแม่ ชั้นอ่ะ รักภาษาไทย ถึงแม้ว่าชั้นจะคิดว่ามันยากโคดๆก็ตาม แต่ภาษาไทยที่เค้าใช้ในสเปซเนี่ย ชั้นคิดว่ามันเกินเยียวยาจริงๆ "ประกาศข้อมูล" อย่างงี้ โอ๊ยยย รับไม่ได้ น่าเกลี๊ยดดดดดดดดด ที่สุด! (เด๋วก่อน ชั้นต้องคลิกอี ประกาศข้อมูล ใช่มะถ้าเขียนเสร็จอ่ะ) ก็เขียนว่า อัพเดทข้อมูล อะไรก็ว่าไปดิ่ ประกาศข้อมูล นี่แบบ กรูต้องประกาศกันเลยนะ ข้อมูลนี้

    มันไม่ใช่อ่ะ มันไม่ใช่...

    อ่ะ เข้าเรื่องดีกว่า ที่ผ่านมา หายไปไหนมาบ้าง

    ก็มะมีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่อยู่กะผู้ชาย

    แต่จริงๆมันไม่ใช่เหตุผลหลักที่ไม่อัพบลอกนะ เพราะเหตุผลที่แท้จริงคือ ชั้นขี้เกียจ

    ก็แบบ มันไม่รู้จะเขียนอะไรอ่ะ เข้าใจมะ ไม่มีอารมณ์ เขียนไปก็ทื่อๆ เจ้ไม่ชอบ

    ทำไมไม่รู้จะเขียนไร ก็เพราะว่าก่อนหน้านั้นเปนดีเพรสเล็กๆ จิตตกหน่อยๆ (ได้ผู้ชายเป็นยาแก้ อิๆๆ)

    แล้วชีวิตมันก็เดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่ ก็แค่ขับรถได้แล้ว (เล่าให้ฟังยังวะ) เอารถไปเจิมมาแล้ว กันชนหน้าเปนแถบเลย

    ...ไอ้ตึกจอดรถบ้า...

     พอแฟนกลับ ทุกคนคงคิดว่า อีนี่จะหันกลับมาหาเพื่อน แต่ปรากฏว่าตอนนี้ชั้นเอาเวลาที่เคยบ้าๆบอๆไปทำสารนิพนธ์ซะ ออนไลน์ก็น้อยลง (จริงๆคือ ออฟไลน์ ไว้ คุยเฉพาะเวลามีธุระ เพราะไม่งั้นงานไม่เสร็จ) บลอกเพื่อนๆก็ไม่ได้อ่าน ขนาดน้อง fluff friend ใน facebook ยังไม่ได้เข้าไปเลี้ยงเลย อารมณ์ปาร์ตี้ซึ่งเมื่อก่อนมีมากเหลือเกินก็หดหาย (พร้อมเงินที่เพิ่มขึ้น... ดีนะเนี่ย) ขนาดเหล้ายายังไม่อยากจะแตะ งานมันทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปจริงๆ เปนคนคลีนมาก แต่ก็เครียดๆ

    อ่ะน่ะ ก็มาบอกเหตุผลว่าทำไมไม่อัพบลอก และไม่ไปเยี่ยมบลอกใครเลย... (ก็เลยไม่มีใครมาเยี่ยมบลอกชั้น)

    ก็จะพยายามเขียนบ่อยๆละกัน ถ้ามีคนมาเจิมเยอะๆ อิๆๆ

    ปล. เล่ายังว่าไปสอบ DELF A1 แล้วได้คะแนน 97.5 เต็มร้อยอ่ะ เอาเหอะ คนเก่ง ขำๆ

    ป.ล.สอง วันนี้บลอกกลับมาเปนภาษาอังกิดแล้ว... ทำอะไรตามใจตัวเองจริงๆ