Nine's profileas life goes onPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    December 29

    the birthday girl says thanks!

    i am twenty something!
     
    to be exact, i am 24.
     
    when i was young... like... young, 10, 12 or something like that, 24 to me is OLD already.
     
    and look how OLD i am.
     
    lol
     
    what did i do today?
     
    i had lunch with some old friends and one of them was Fern, who was born on the very same day. she is 'a bit' older than i am... like... 8 hours or something.
     
    then i headed home. the traffic was awful. had some kind of 'dinner' with the family. it was not really dinner but it made you full and then we went to a cinema.
     
    that was it for my birthday.
     
    here is my thanks to you :
     
    first, to my mom and dad. without you, i would not be here (of course!) and thanks for being great parents.
     
    thanks in advance to my sisters and brother for the present you guys are gonna give me tomorrow. hahaha.
     
    to Beau for being the first one wishing my a happy birthday.
     
    to Tom (from satriwit) for the first birthday sms.
     
    to Ple (Arts) for your early sms. you woke me up with a smile. i appreciate that.
     
    to AIS (yes, it is my provider) for the sms. i know it is programmed but it feels nice that at least my money make me mean something to them :p
     
    to khun Bee for the first present - a blueberry pie!
     
    to Nunun, Ae and Fern for the lovely lunch. i had a blast.
     
    again, to Fern for the present. i just love it!
     
    to Note and Wanyen for the nice happy birthday from Warwick.
     
    to Tally, somewhere in the north right now i guess, for the sms. i really hope to see you soon.
     
    to Wik for the call from France. we will meet next year. that is a promise.
     
    to Prae (sw) and Fun for the calls. great to hear from you.
     
    to e'Mae and Jaa for the nice happy birthday message. we really have to get drunk together soon!
     
    to Bird for the nice pic. you are wonderful as always.
     
    to Dukdik also. very sweet. you rock! hope to join your party again.
     
    to JB for probably the last birthday wish. next time we meet, i will give you a big hug, okay?
     
    and last but not least...
     
    to khun Plian Faa whose call came at the right moment (before i stepped in the cinema). thanks for not forgetting it. i know you are busy with lots of work, still, you remember it. you call meant a lot to me. next year, you will not have to call me because i will be with you. you are the most wonderful present i have ever had. thank you, honey :)
     
    all of you made me realize how much love i get today and everyday.
     
    thank you again, again and again.
     
    i love you all.
     
    hugs and kisses.
     
    ps. i hope i did not forget anyone. if i did, well, forgive me and keep in mind that i appreciate your nice wishes :)
    December 27

    มาทำขนมกันเถอะ... พันนา คอตต้า

    โอโห้ เน็ตเดี้ยงค่ะคุณ
     
    มาอ่านที่เขียนไว้ในเวิร์ดกันดีกว่า
     
    (เก็บกดมากขนาดต้องเขียนใส่เวิร์ด)
     
    (เอนทรี่นี้อิชั้นเขียนเมื่อวันที่ 27 ธันวานะคะ ลงทุนมากขนาดพิมพ์ใส่เวิร์ดไว้)
    มะมีเน็ต... วันนี้ไม่มีเน็ตค่าาาาาาาา
    โอ้โห ขาดเน็ตเหมือนขาดใจ
    ไม่มีเอ็มแล้วเหมือนอะไรหายไปในชีวิต
     เมื่อเช้าลงมาเปิดเน็ต ไซน์อินไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นๆๆๆๆ
    อิชั้นก็ทำโน่นทำนี่ ปรากฏว่าไม่ได้ ไปลองใช้เครื่องอื่น ก็ไม่ได้อีก เปิดเว็ปก็ไม่ได้
    เพิ่งมารู้เมื่อบ่ายว่าเป็นเพราะเมื่อคืนที่ไต้หวันแผ่นดินไหว ไหวแบบไม่เกรงใจใคร เจ็ดริกเตอร์กว่าๆ สายเคเบิ้ลใยแก้วใต้น้ำเจ๊งเลย แล้วเป็นไง... ก็พวกอิชั้นไง นั่งใจจะขาดทั้งวันเลย
    นี่ๆ แล้วขอด่าอีสเปซเมื่อคืน เซ็งจริงๆ เขียนตั้งยืดยาว กำลังอัพโหลดรูปสวยๆ ดันบอกว่า This space is not available
    บ้านเมิงสิ ก็กรูเพิ่งเขียนเสร็จหยกๆ
    แล้วร้ายมาก หายไปทั้งเอนทรี่ แต่มีเซฟดราฟท์ไว้ให้ดูต่างหน้า ก็รีบกดเข้าไปดู นึกว่ามันจะปราณีเราโดยการเก็บที่เขียนไว้ให้
    ที่ไหนได้ เจือกเก็บไว้แต่รูป
    อีหอยหลอดดดดด ครายเค้าอยากได้รูป รูปก็อยู่ในคอมพ์กรูนี่แหละ จะเซฟเป็นดราฟท์ให้กรูทามม๊ายยยยย
    อีสเปซนรก ร้ายมั่ก
    อ่ะ ด่ามันเสร็จ มาเขียนเอนทรี่เมื่อวานใหม่ดีกว่า
    เฮ่อออออ
    จะชมตัวเองได้เหมือนเมื่อวานมั๊ยนะ
    ........................
    ฮ่ะ ได้ฤกษ์งามยามดีทำขนมอีกแล้ว
    วันนี้เราจะมาทำพันนา คอตตา (Panna Cotta) กันนะคะ พันตา คอตต้าเป็นของหวานอิตาเลียน ชื่อมันแปลว่า cooked cream
    สาเหตุที่ทำก็ไม่มีอะไรมากค่ะ คืออยากทำ พอดีคืนเมื่อวานซืนได้ไปฟู้ดแลนด์ ก็เลยซื้อของมาเตรียมไว้ กะว่าพรุ่งนี้ (คือเมื่อวาน) จะทำ แล้วก็ได้ทำจริงๆ
    พูดแล้วดูเหมือนว่าง แต่ว่าใช้เวลาทำแค่แป๊บเดียวจริงๆคุณ
    สิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องมีในการทำขนมครั้งนี้คือ เงิน เตาแก๊ส หม้อ และตู้เย็น (คิดว่าไม่จำเป็นถ้าอากาศติดลบ)
    เงินนี่ต้องมี เพราะว่าเราต้องซื้อ
    -          เจลาติน 1 ½  ชช (อ่านว่า ช้อนชา)
    -          น้ำตาลทราย ¼ ถต (ถ้วยตวง)
    -          นมจืด 2/3 ถต
    -          วิปปิ้ง ครีม 300 มล
    -          Vanilla extract ½ ชช

     วิธีทำก็แสนง่าย

    ก่อนอื่นก็เอาหม้อมาใบนึง เทวิปปิ้ลครีม กับ นมสด ลงไป ผสมให้เข้ากัน 

    จากนั้นใส่น้ำตาลทราย แล้วตามด้วยเจลาติน คนให้เข้ากัน

    เอาหม้อตั้งไฟอ่อนๆ จนน้ำตาลละลายหมด อย่าให้เดือดนะ แค่ร้อนๆก็ละลายแล้ว

     พอน้ำตาลละลาย ให้ใส่ vanilla extract ลงไป

    จากนั้นก็ยกลงจากเตา ตัดใส่พิมพ์ ตั้งไว้จนส่วนผสมอยู่ที่อุณหภูมิห้อง แล้วก็เอาแช่ตู้เย็นอย่างต่ำ 4 ชม. หรือข้ามคืนได้เลยก็ยิ่งดี 

    พอเสร็จแล้วก็เอาผลไม้ไฮโซมาเป็นเครื่องเคียง แต่เผอิญว่าตอนนั้นอิชั้นมีวิญญาณความเป็นแม่บ้านสูง ก็เลยทำซอสราดด้วย 

    วิธีทำซอสก็ง่าย

    ที่ต้องเตรียมคือ น้ำผึ้ง มะนาว สตรอเบอร์รี่ 

    (ถึงจะเป็นขวดแม่โขงแต่ก็น้ำผึ้งแท้นะคะคุณ)

    ก็หั่นสตรอเบอร์รี่เป็นชิ้นๆ ขนาดตามชอบ แล้วเอาไปผสมน้ำผึ้งมะนาว

    เสร็จและ สภาพก็จะเป็นอย่างงี้ 

    เริ่ด

    แต่ว่าต้องเตือนนิดนึงว่า สูตรเนื้อพันนา คอตต้าที่ให้ไว้ พอกินกับซอสที่ทำแล้ว อิชั้นรู้สึกว่ามันหวานไป ก็เลยคิดว่าคุณๆควรจะ หนึ่ง ลดน้ำตาลในพันนา คอตต้าลง หรือสอง กินกับซอสผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ราสเบอร์รี่ รสชาติน่าจะตัดกันดีทีเดียว

    Bon appetite นะคะคุณ

    December 23

    หน้าหนาว... เหงา เหงา

    หนาวมาได้อาทิตย์กว่าๆแล้ว หนาวแบบกรุงเทพ แปลว่าอุณหภูมิต่ำกว่า 30 บางคืนลงถึง 20 เป็นเรื่องน่ายินดี
     
    ชอบตรงที่เดินไกลๆได้โดยที่เหงื่อไม่ออก สวยๆ
     
    ก็แค่อยากจะบอกว่า หน้าหนาวปีนี้ ไม่เหมือนปีที่แล้ว
     
    เพื่อนๆก็เหลืออยู่น้อยนิด นานๆจะเจอกันที
     
    ปีนี้ไม่ได้ไปเบียร์การ์เด้น
     
    ก็เหงาๆ
     
    ปีนี้คุณแฟนไม่มา
     
    เหงาหนักกว่าเดิมอีกกรู
     
    แต่ก็เอาเหอะ เพื่อนๆเดี๋ยวก็เจอกันแล้ว อีกไม่กี่เดือน สำหรับบางคนก็อีกไม่กี่อาทิตย์
     
    (เรานัดกันใหม่หลังปีใหม่ อย่าลืมนะ)
     
    คุณแฟนก็เดี๋ยวก็เจอกันปีหน้า ชิลๆ
     
    หน้าหนาวปีหน้าจะไม่ทนเหงาแล้วนะ
     
    หน้าหนาวปีหน้าจะไปเหงาที่อื่นแล้ว
     
    ...ดีใจจัง...
    December 15

    สารนิพนธ์ : ก้าวแรก - หกล้ม

    เมื่อปลายอาทิดที่แล้วโทรไปนัดที่ปรึกษามา เพราะว่ามีพี่ไซโคให้รีบเข้าพบ จะได้เริ่มงานซะที
     
    อ่ะ ก็นัด ได้เจออาจารย์เมื่อวันพุธ
     
    ก็ไปตามนัด ก็เข้าไปคุย ก็เกร็งๆอ่ะ เพราะว่าไม่รู้ว่าจะพูดอะไรบ้าง ไม่เคยทำสารนิพนธ์ เวลาทำรายงานไม่เคยต้องพบที่ปรึกษา ก่อนหน้านั้นก็ไปถามพวกพี่ๆว่าเค้าพูดว่าไงบ้าง อ่ะ เราก็เตรียมเลยว่าจะพูดอะไรบ้าง
     
    ปรากฏว่าพอทักทายอะไรเรียบร้อย เค้าก็ถามว่าทำไมถึงทำเรื่องนี้ เราก็อธิบายเหตุผลไปว่ามันเป็นเพราะอะไรๆๆๆ
     
    เสร็จปุ๊บเค้าก็เอาโครงร่างมาดู คำพูดแรกๆคือ
     
    ครูว่าชื่อเรื่องมันไม่น่าสนใจนะ พอจะเปลี่ยนหรือทำอะไรให้มันน่าสนใจได้มั๊ย แล้วชื่อเรื่องมันไม่ได้บอกว่าจะเน้นเรื่องการเล่นคำ
     
    คือชั้นก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็บอกเค้าไปว่าเด๋วจะดูให้
     
    จึ้กที่สองที่โดนคือ ภาษาไทยหนูยังไม่ดีนะคะ
     
    โอ้ววว เหมือนโดนตบหน้า
     
    แต่ก็จริงอ่ะ (ฮ่าๆๆ) เค้าก็บอกว่าตรงนี้อ่ะ เขียนมาทำไม ไม่ต้องใส่ อะไรทำนองนั้น
     
    คือเราก็เออออไปเพราะเค้าพูดถูก แต่ไม่กล้าบอกเค้าว่า อาจารย์คะ คือรายงานภาษาไทยอ่ะ ตอนเรียนป.ตรี แทบไม่ต้องทำเลย ผลก็คือ
     
    อิชั้นเขียนรายงานเป็นภาษาไทยไม่เป็นค่ะ
     
    ฟังดูเหมือนตอแหล แต่มันจริง คือมันต้องใช้ภาษาทางการ แล้วชั้นเขียนภาษาทางการไม่เป็น
     
    ทุเรศเนอะ
     
    เจอสองจึ้กแรกเข้าไป ชั้นก็เริ่มจิตเสีย
     
    พอเค้าดูโครงร่างไป เค้าก็ติมาอีก ตรงนั้นเติม ตรงนี้แก้
     
    อ่ะ เราก็เข้าใจ เพราะต่อไปก็คงโดนอย่างงี้ตลอด
     
    แล้วก็ยอมรับด้วยว่าเขียนไปไม่ดี คือว่าไม่ได้อ่านตรวจ ไม่ได้อะไรเลย พอได้ของเก่ามา ก็แก้ๆๆๆตรงที่ต้องแก้ แล้วก็ส่ง ใจนึงคือโมโหเรื่องเดดไลน์ด้วย ตอนนั้นคิดแค่ว่าให้เสร็จๆไป ช่างแม่ง
     
    พอเรื่องโครงร่างจบ เค้าก็บอกว่าไปเขียนมาใหม่ละกันนะ แก้ใหม่ แล้วมาส่งคราวหน้า
     
    ต่อไปเค้าก็ถามว่าเราจะทำยังไง
     
    ชั้นก็อธิบายไป แล้วก็บอกชั้นเรียนฝรั่งเศสอยู่ก็จริง แต่ว่ามันยังไม่ดี คือมันระดับเบสิคมาก อ่านแอสเตริกซ์ มันก็พอเข้าใจบ้าง แต่ตรงที่เล่นคำน่ะ ไม่ค่อยเข้าใจหรอก เพราะส่วนมากมันเป็นสำนวน
     
    เค้าก็บอกว่าตรงนี้เด๋วเค้าจะช่วยได้ แต่ก็พูดตรงๆออกมาว่าเค้าเข้าใจที่ชั้นเลือกเรื่องนี้ แสดงว่าชั้นต้องรู้สามภาษาเป็นอย่างดีซะอีก
     
    กรูโดนอีกจึ้ก
     
    ก็บอกไปว่าชั้นจะมีคนช่วยเรื่องฝรั่งเศส ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องผิด เพราะถ้าแปลหนังสือเล่มนึง ที่แปลต่อมาอีกต่อนึง เราจำเป็นต้องมีคนรู้ภาษาต้นทางคอยช่วย
     
    เค้าก็เข้าใจ
     
    แล้วเค้าก็ถามว่าชั้นเตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว
     
    ถึงไหนหรอ
     
    หึๆๆๆ
     
    โดนไปอีกจึ้ก
     
    คือแบบบอกตรงๆว่าตอนนี้เครียดมากเลย เพราะรู้สึกว่าเหมือนว่าเค้า expect เรามากกว่านี้เยอะ แล้วพอเราพูดไป มันมีอะไรบางอย่างที่เราจับได้ว่าเค้าคิดว่าเราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ถามอะไรไปก็ตอบไม่ค่อยได้ อ้ำๆอึ้งๆ รู้สึกด้วยซ้ำว่าบางทีเค้าก็ว่าอ้อมๆมา ก็ทำอะไรไม่ได้ ก็มันจริง
     
    แล้วมาเริ่มครั้งแรกแบบนี้มันไม่ดีเลย คือรู้เลยว่าครั้งต่อไปต้องเกร็งกว่านี้ ต้องเครียดมากๆก่อนเจอแน่ๆ ซึ่งชั้นไม่อยากรู้สึกอย่างงี้ไปตลอดการทำสารนิพนธ์
     
    แต่พูดถึงด้านดี อาจารย์เค้าก็ดีมากเลยนะ อย่างแรกคือเป็นคนละเอียดมาก ซึ่งหมายความว่าชั้นจะต้องทำตัวให้ชินกับการโดนว่า กับการที่ต้องมานั่งแก้ แต่งานที่ออกมาก็ดี ถือว่าในที่สุดมันก็จะ pay off ละกัน
     
    อย่างที่สองคือเค้าก็พูดออกมาตรงๆ ซึ่งมันก็ดีอ่ะ รู้เลยว่าต้องแก้อะไร ทำตรงไหน แบบเค้าบอกมาเลยนะว่าเรื่องแปลเค้าไม่รู้ เพราะเค้าไม่ใช่ทางนี้ เพราะฉะนั้นเค้าจะช่วยตรงนี้ไม่ได้ เราต้องไปหาคนอื่นมาช่วย หรือไม่ก็ต้องศึกษาด้วยตัวเองไป ซึ่งมันก็แฟร์ดีที่บอกแต่แรก
     
    อย่างที่สามคือเค้าก็ดูใส่ใจเราดีอ่ะ แบบเค้าก็บอกเลยว่าให้ทำตารางมาว่าเราจะทำอะไรบ้าง จะใช้เวลาเท่าไหร่ ต้องกำหนดเวลา ไม่งั้นมันจะยืดออกไปเรื่อยๆ (ซึ่งวันนี้ก็นั่งเขียนดูแล้ว ข่าวดีคือ อิชั้นจะไม่จบเทอมนี้แน่ๆ เพราะเขียนออกมา สารนิพนธ์เล่มนี้จะเสร็จปลายเดือน พค. ซึ่งพอถึงเวลาจริงก็คงเลื่อนออกไปอีกนิด หรือเลื่อนเข้ามาอีกหน่อย แต่ไม่ทันกำหนดส่งประจำปีแน่นอน)
     
    พอจะกลับ อาจารย์เค้าก็คงพอรู้แหละว่าเราเครียดอ่ะ เพราะเค้าบอกว่า กลับไปตั้งสติดีๆนะคะ แล้วค่อยเริ่มทำ
     
    สรุปว่าตอนนี้ต้องมานั่งแก้โครงร่างสารนิพนธ์ ซึ่งจะเป็นบทแรกของงานชิ้นนี้ แล้วก็เขียนแพลนการทำงานให้เค้า
     
    ซึ่งยังเขียนไม่ออกเลย ไอ้ที่ต้องแก้ ก็แก้ไปหน่อยเดียว เรื่องแพลนก็ได้คร่าวๆมาแล้ว
     
    เครียดมากมายอ่ะ
     
    เมื่อไหร่อารมณ์เขียนมันจะมาซักทีนะ
     
    จะได้เริ่มทำงานจริงๆจังๆซักที
     
    เป็นกำลังใจให้อิชั้นด้วยนะคะคุณ
     
    แล้วอิชั้นจะคอยเชียร์คุณๆเมื่อถึงคราว
     
    ฮือๆๆๆ
    December 07

    ประมวลภาพ 26/11/06

    จุ๋มเพิ่งส่งรูปมาให้ พอพร็อพพร้อม เราก็เอามาอัพให้เพื่อนๆดูดีกว่า
     
    จะได้เห็นว่าแกพลาดอะไรไป
     
    หึๆๆๆ
     
    ก็พูดคุยกันอย่างดีว่าจะมาเจอกันวันอาทิตย์ที่ 26 เดือนที่แล้ว นัดดิบดี ได้ที่เรียบร้อย โดยอุตส่าห์ให้เกลียด... อ่าว เค้าไม่ได้เขียนอย่างงี้หรอ... อ๋อๆๆ ให้เกียรติอีแม่เป็นผู้เลือกร้าน
     
    อีแม่ก็เลือกร้านหรูมาก เป็นร้านส้มตำตรงหัวมุมโรงแรมเอเชีย
     
    ในเมื่อเพื่อนเลือกร้านหรูมา เราก็ต้องไปกันใช่มะคะ
     
    คือก่อนหน้านี้ เราอยากจะไปกินที่โรงเบียร์ตะวันนารามาดา... (อีไนน์ เค้าชื่อเยอรมันตะวันแดง) แต่อีแม่ยืนยันนักหนาว่า "ไม่!" เพราะวันเสาร์ไปไม่ได้
     
    อ่ะ ก็ตามใจเพื่อน อยากไปร้านส้มตำก็ได้ ชั้นอยากกินเสือร้องไห้
     
    แต่อีแม่กลับหักหลังเพื่อนโดยการแคนเซิลคืนก่อนวันงาน เพราะน้องหมาไม่สบาย
     
    นางเอกมากเมิง
     
    แล้วชั้นก็ชวนอีเอ๋ แต่คำตอบคือ ชั้นไม่ใน่ใจนะเพราะว่าวันนั้นทำงานถึงห้าโมง
     
    แก้ตัวอย่างงี้ กรูก็เคย ชิๆๆ
     
    พอโทรไปจิก มันบอกว่า ไม่ได้ อีกวันต้องสอนพิเศษ ทำงานอะไรของมัน
     
    ก็ได้ เพื่อนน่ะ ไม่ต้องมีแล้วก็ได้ มีเมียคนเดียวก็พอแล้วใช่มะ
     
    เชอะ
     
    สรุปว่าเหลือสาวงามรอบสุดท้ายอยู่สี่คน อันประกอบไปด้วย อีชั้น อีจุ๋ม อีจ๋า และ อีซิ่ม
     
    เวลานัดคือหกโมงเย็นที่สยาม
     
    กรูขอโทษนะที่ไปเร็วเอง กรูขอโทษที่ต้องรอพวกแกสอง-สามชั่วโมง
     
    พอรวมตัวสวยครบ ตอนนั้นเกือบทุ่มและมั้ง ก็ตกลงกันได้ว่า จะไปกินอาหารญี่ปุ่นที่สุขุมวิทซอย 19
     
    ก็นั่งแท็กซี่ไป ขึ้นจากพารากอน รอแท็กซี่ประมาณสิบนาที
     
    ... ละเอียดขนาดนี้ กรูต้องบอกทะเบียนด้วยดีมั๊ยเนี่ย...
     
    เอาเหอะ พอมาถึงร้าน เราก็ไม่ให้เสียเวลาเปล่า สั่งอาหารกันเลย
     
    ร้านน่ารักมากอ่ะ เข้าไปนั่งเหมือนเป็นกระหรี่ เอ้ย เป็นต่างชาติ เพราะที่เหลือมีแต่ญี่ปุ่น เหมือนนั่งกินข้าวสวยๆอยู่ที่แดนอาทิตย์อุทัย
     
    พอกินเสร็จ เราก็ต้องต่อด้วยของหวาน
     
    เสียดายว่าผู้ชายในร้านไม่หล่อ เลยต้องออกไปหาของหวานที่ร้านอื่น
     
    ก็เดินๆๆๆๆๆๆๆไปตามสุขุมวิท นึกว่าจะหาของหวานได้ตามถนน แต่ไม่มีหล่อๆ เลยไปที่ร้านอาหารอิตาเลียน อย่าถามชื่อร้าน เพราะจำไม่ได้
     
    ก็สั่งพันนา คอตต้า และ ทิรามิสุ มาเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด
     
    ของเค้าดีเจรงงงงงงง
     
    วันนั้นหมดไปเกือบๆห้าร้อย แต่ขอบอกว่าคุ้มมากๆ อาหารอร่อย เพื่อนดี คุยสนุก
     
    ปลายเดือนนี้เจอกันอีกนะ
     
    มาดูรูปกันดีกว่า
     
     ยิ้มออกค่ะ เพราะกว่ามันจะเสด็จมากัน จะได้ไปกินซะที
     
     อีสองคนนี่ แต่งหน้าแต่งตาราวกับออกเดทกะผู้ชาย สวยเกินหน้าเพื่อน เชอะ...
     
     เห็นมะว่าขนาดเมนูยังเป็นภาษาญี่ปุ่น
     
     สี่เซ็ตที่สั่งมา อยากกินอีกกกกกก
     

     ซากของข้าวห่อสาหร่ายไส้รวม

     คนสวย ฮ่าๆๆๆ (ปากชั้นเหมือนไดโนเสาร์ ปตท. เลยอ่ะ จำได้มะ ไอ้ไดโนใส่เหล็กดัดอ่ะ)

     เห็นมะว่าสนุกจริงๆ (อิชั้นหัวเราะซะหัวโยกเชียว)

     พันนา คอตต้า (อยากได้สูตร บอก)

     ทิรามิสุ (อันนี้ชั้นก็มีสูตร)

    ต่อไปเป็นภาพชักเดี่ยวเพื่อเป็นที่ระทึก

     

    คนเรานี่มันเหี้ยจริงๆเนอะ

    ของขึ้นๆๆๆๆๆ
     
    มันสืบเนื่องมาจากกระทู้แนะนำในห้องไกลบ้านของพันทิปกระทู้นี้
     
     
    (อ่านบลอกชั้นก่อน แล้วแกๆค่อยเข้าไปด่ามัน)
     
    เรื่องของเรื่องคือ อี จขกท มันเขียนเมล์ไปถามพี่คนนึงในพันทิป เรื่องการไปนิวซีแลนด์ ถามโน่นถามนี่ ซึ่งเป็นคำถามกว้างๆ พี่เค้าก็ตอบให้เท่าที่เค้าตอบได้ ซึ่งบางอย่างเค้าก็ตอบให้ไม่ได้เพราะว่าอีคนถามมันก็ไม่บอกรายละเอียดอะไรมาเลย
     
    อี จขกท เลยมาโพสต์กระทู้เพื่อด่าพี่คนนี้ว่า "ไร้น้ำใจ" ที่ไม่ถามที่มันตอบ
     
    เริ่มแรกคนก็เข้ามาว่ามันว่ามันเป็นสิทธิของพี่เค้าที่จะตอบหรือไม่ตอบ เพราะจริงๆตัวเองนั่นแหละ ต้องเป็นคนหาข้อมูล ไม่ใช่ให้คนอื่นหาให้ อะไรก็ว่าไป
     
    แล้วพี่เค้าก็เข้ามา เอาเมล์ที่มันถามมาโพสต์ลงว่ามันถามอะไรบ้าง แล้วเค้าก็บอกว่าเค้าตอบให้แล้ว เท่าที่ตอบได้
     
    ปฏิกิริยาคนอ่านคือ อี จขกท คุณเขียนเมล์ไปหาเค้า แต่ภาษาที่คุณใช้อ่ะ ไม่เหมาะสมมากๆ แล้วก็พอพี่เค้าตอบก็ไม่ขอบคุณ
     
    แล้วความเห็นชั้นเองคือ เมล์ไปหาคนที่ไม่รู้จักเนี่ย การเขียนภาษาที่ใช้ในเน็ตเนี่ย ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง มันเป็นเรื่องของกาละเทศะที่คนมีการศึกษาเค้าควรจะรู้กัน
     
    ชั้นเข้าไปอ่านกระทู้นี้วันแรกที่ขึ้นแนะนำ แล้วก็ไม่ได้เข้าไปอีก เมื่อกี๊ไปอ่าน ปรากฎว่า...
     
    เรื่องราวใหญ่โตค่ะ
     
    ไอ้เวนนั่นมันเมล์ไปหาพี่เค้า บอกว่า เอาเมล์มันมาลงเวป ให้ระวังไว้ให้ดี (พี่เค้ากอปหน้าจอมาลงเลยนะ เห็นจะๆ)
     
    แล้วมันทำไรรู้มะ
     
    มันเอาเมล์พี่เค้าไปลงเวปว่า ขายตัว
     
    โคตรเหี้ย
     
    พี่เค้าก็เข้ามาอีก บอกว่า อย่างงี้ใช่มะ ที่จะมีเรื่องสนุกๆ แล้วพี่เค้าก็เอาเมล์ที่ผู้ชายคนนึงเขียนให้มาลง เนื้อหาใจความประมาณว่า มีคนบอกว่าขายตัวเหรอครับ ถ้าสนใจให้ติดต่อกลับด้วย
     
    แล้วมันก็เอาเมล์พี่เค้าไปลงไอ้พวกเวปที่ส่งเมล์ขยะ เข้ามาเป็นร้อยๆอัน
     
    แล้วที่สุดๆของมันคือ
     
    มันเข้ามาบอกว่า มันทำผิดอะไร ในเมื่อพี่เค้าเอาเมล์มันมาลงเวป มันจะทำอะไรเมล์พี่เค้าก็ได้
     
    โอ้โห... ไอ้สาดนี่ เสียชาติเกิด
     
    แต่มันเก่งจริงๆ ยอมรับ มันทำให้สี่ร้อยกว่าความเห็นที่เข้ามา ด่ามันได้เป็นเสียงเดียว
     
    พอชั้นอ่าน ชั้นก็ทนไม่ได้ เพราะชั้นเกลียดผู้ชายหน้าตัวเมีย
     
    ก็เลยด่ามันซะ กระทู้เปิดซิงสันดานชั้นในพันทิป ไม่เคยด่าใครในนั้นมาก่อน อย่างมากก็แค่ เลว ชั่ว อะไรแค่นั้น
     
    แต่งานนี้ ชั้นจินตนาการว่าถ้าเป็นอีต่อ มันจะด่าว่ายังไง แล้วสวมวิญญาณเจ๊ด่ามัน
     
    นานๆจะเมนต์ในพันทิปได้ยาวขนาดนี้ มันดีจริงๆ
     
    แนะนำว่าว่างๆให้เข้าไปอ่าน เปิดโลกตัวเองดีมากๆว่าคนสันดานหยาบมันเป็นยังไง
     
    แล้วช่วยแวะความเห็นของอิชั้นด้วย 431 นะคะ
     
    ฝากเนื้อฝากตัว
     
    ปล. พี่เค้าหาทางดัดหลังมันได้แล้ว เพราะเค้าไปขุดประวัติมันขึ้นมาหมดเลยว่ามันเป็นใคร ชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ อาชีพอะไร โคตรสะจาย
    December 04

    ค ควาย ไถนา

    เมื่อเดือนที่แล้ว ไปร้านนายอินทร์ที่ฟู้ดแลนด์ เจอหนังสืออยู่เล่ม เป็นเหมือนโน้ตบุคนั่นแหละ สนพ.ผีเสื้อทำออกมาขาย หน้าปกน่ารักมากกกก ก็เลยไปยืนๆดู กะว่าจะซื้อแหละ แต่เห็นมีหลายปกเหลือเกิน สุดท้ายเลือกปกของตัวอักษร ค ควายมาก เหตุผลเดียวคือข้อความปกบนปกหลัง
     
    ลองอ่านดูละกันนะ เอาไว้เป็นกำลังใจเวลาเรียน
     
    "ค ควาย ไถนา" เพราะอ่านหนังสือไม่ออก
    ไม่ใช่หรอก เพราะควายใจดีที่ช่วยเหลือชาวนา
    ให้เรามีข้าวกิน จนเติบใหญ่
    ควายอ่านหนังสือไม่ออกเพราะไม่ได้เรียนหนังสือ
    ถ้าควายเข้าโรงเรียนก็คงอ่านหนังสือออก
    และถ้าเด็กไม่เรียนหนังสือก็อาจเป็นฅนโง่
     
    สู้เข้านะ